
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านการประเมินบุคคล ชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม พร้อมด้วย นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนการแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้แก่ผู้แทนกระทรวง องค์กรอิสระ หน่วยงานอิสระ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ ณ ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม ชั้น 8 และผ่านระบบออนไลน์
นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า การจัดประชุมครั้งนี้มาจากกรอบแนวคิดแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 ซึ่งกำหนดเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมให้คนไทยมีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มขึ้น มุ่งสู่การเป็นสังคมคุณธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์บนพื้นฐานของหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ควบคู่กับการเสริมสร้างประเทศให้ปลอดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ คือ เป็นคนดี คนเก่ง และมีคุณภาพ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานและวิเคราะห์ผลการขับเคลื่อนตัวชี้วัดภายใต้แผนปฏิบัติการฯ จากการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา โดยพบว่า ตัวชี้วัดระดับเป้าหมายหลักและตัวชี้วัดภายใต้แผนย่อยมีพัฒนาการในหลายด้าน โดยเฉพาะดัชนีคุณธรรม 5 ประการ ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู ผลสำรวจอยู่ที่ 4.36 คะแนน ซึ่งมีแนวโน้มคะแนนเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมด้านคุณธรรมของประชาชนในภาพรวม ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐมีการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการบริหารจัดการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีค่าคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ITA) ผ่านเกณฑ์มาตรฐานในระดับที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอข้อมูลเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับตัวชี้วัดภายใต้แผนย่อยทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำความดี การพัฒนาระบบและเสริมสร้างขีดความสามารถของกลไกการขับเคลื่อนคุณธรรม และการส่งเสริมการเรียนรู้รวมถึงการพัฒนาศักยภาพคนและองค์กรเครือข่าย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าและประเด็นท้าทายที่ยังจำเป็นต้องเร่งรัด โดยเฉพาะการพัฒนาคุณธรรมในกลุ่มเด็กและเยาวชน และการสร้างสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เอื้อต่อการประพฤติปฏิบัติในทางที่ดีอย่างยั่งยืน

การประชุมมีการบรรยายพิเศษ เรื่อง การสร้างภูมิคุ้มกันและขับเคลื่อนคุณธรรมในยุคจิทัล โดย นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา การบรรยาย เรื่อง “ทิศทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” โดย พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ “ถอดรหัสตัวชี้วัดแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570)” โดย นายประเสริฐ เล็กสรรเสริญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ
การบรรยสายเรื่อง “ระบบเครดิตทางสังคมเชิงบวก (Positive Social Credit)” กลไกสร้างแรงจูงใจสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยนายธาดา เศวตศิลา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ 2) นางวรรณา ธรรมร่มดี ผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) 3) นายพิเชษฐ สิริวาส ผู้แทนบริษัทแม่น้ำสแตนเลสไวร์ จำกัด (มหาชน) 4) นางรุจิรัตน์ หาญรวีกุลนันท์ ประธานชุมชนราชทรัพย์ และการบรรยาย เรื่อง “สาระสำคัญการประเมินชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” โดย นางพิมพ์กาญจน์ ชัยจิตร์สกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ

ทั้งนี้ มีการเปิดเผยหลักเกณฑ์การคัดเลือก องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม “ต้นแบบโดดเด่น” ซึ่งจะเริ่มใช้เป็นปีแรก โดยการคัดเลือกจะมีความเข้มข้นมากขึ้น อาทิ ผู้นำองค์กรต้องแสดงให้เห็นถึงการเป็นแบบอย่างด้านคุณธรรมที่ประจักษ์ หน่วยงานต้องมีขีดความสามารถในการถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลสำเร็จสู่สาธารณะได้ และมีระบบเครดิตความดีที่เป็นรูปธรรมและเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างชัดเจน ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานและเชิดชูหน่วยงานที่มีผลการขับเคลื่อนเป็นรูปธรรมในระดับประเทศ
รวมทั้งได้ถอดบทเรียนเรื่องแนวทางการขับเคลื่อนคุณธรรมและการพัฒนาระบบเครดิตความดี โดยปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการมุ่งเน้นการควบคุมหรือลงโทษ มาเป็นการชื่นชมและให้คุณค่าแก่พฤติกรรมดีงาม เพื่อให้คุณธรรมที่เป็นนามธรรมสามารถบันทึกและประเมินผลให้เป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น การขับเคลื่อนในรูปแบบนี้อาศัยการสร้างแรงจูงใจผ่านการมอบสิทธิประโยชน์หรือการเชิดชูเกียรติเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความภาคภูมิใจและอยากที่จะรักษาพฤติกรรมดีงามนั้นให้ยั่งยืน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสร้างสภาพแวดล้อมทางสังคมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยที่ประชุมเน้นย้ำว่าระบบเครดิตความดีนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการปรับกระบวนทัศน์การส่งเสริมคุณธรรมให้สอดคล้องกับบริบทของโลกยุคใหม่ ทำให้คุณธรรมกลายเป็นทักษะชีวิตที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน
