
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เต็มไปด้วยความจับตา ก่อนที่ที่ประชุมจะมีมติ “รับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง” จำนวน 396 เขตทั่วประเทศ จากจำนวน 400 เขต ตามข้อเสนอของสำนักงานฯ ภายหลังได้รับรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับฟังความเห็นจากผู้ตรวจการเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่
มติดังกล่าวถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ปลดล็อกกระบวนการจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ หลัง กกต.ชี้ว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมตามกรอบกฎหมาย อย่างไรก็ตาม คำประกาศรับรองครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าประตูการตรวจสอบจะปิดลง เพราะ กกต.ย้ำชัดว่า ยังมีอำนาจเต็มในการสืบสวนสอบสวนคำร้องหรือข้อกล่าวหาการทุจริตที่อาจปรากฏในภายหลัง
แหล่งข่าวจาก กกต.ระบุว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ ผู้ที่ได้รับการประกาศรับรองผลสามารถเดินทางมารับหนังสือรับรองได้ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป เพื่อนำเอกสารดังกล่าวไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นก้าวแรกสู่การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ
แม้ผลการรับรองจะสร้างความชัดเจนทางการเมืองในระดับหนึ่ง แต่ในอีกมุมหนึ่ง สายตาสาธารณชนยังจับจ้องว่า จะมีคำร้องใดถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเพิ่มเติมหรือไม่ และหากพบพยานหลักฐานใหม่ เกมการเมืองอาจพลิกผันได้ทุกเมื่อ
การรับรองผลครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็น “จุดเริ่มต้น” ของสภาชุดใหม่ หากยังเป็น “บททดสอบ” ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งไทย ว่าจะยืนหยัดบนหลักสุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ ท่ามกลางแรงเสียดทานทางการเมืองที่ยังไม่จางหาย.