
เมื่อเวลา 02.40 น. วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ภายในสถานประกอบการลักษณะร้านอาหารและโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ซึ่งกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก พร้อมสั่งการให้สำนักงานเขตจตุจักรตั้งศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บโดยเร่งด่วน
นายชัชชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตได้ เนื่องจากต้องรอการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลจากแพทย์นิติเวชและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้ญาติผู้ประสบเหตุติดตามข้อมูลผ่านศูนย์ประสานงานอย่างเป็นทางการ
สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน โดยกรุงเทพมหานครได้ส่งมอบพื้นที่เกิดเหตุให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาจุดต้นเพลิง สาเหตุของการเกิดเหตุ และวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

ด้านนายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ แต่เมื่อมาถึงพบว่าเปลวเพลิงได้ลุกลามเต็มพื้นที่แล้ว อีกทั้งภายในอาคารมีกลุ่มควันหนาทึบ ทำให้การเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก
จากการปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ พบว่าผู้ประสบภัยจำนวนมากพยายามหลบหนีไปยังห้องน้ำบริเวณด้านหลังอาคาร ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวได้ยาก ขณะที่การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อาคารมีทางออกฉุกเฉินด้านหลังจำนวน 2 จุด
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จากลักษณะพื้นที่เกิดเหตุพบว่า เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วบริเวณฝ้าเพดาน ขณะที่โต๊ะและเก้าอี้พลาสติกภายในร้านหลายจุดยังไม่ได้รับความเสียหายมากนัก จึงเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า “ควันพิษ” จากวัสดุตกแต่งภายในอาคารอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประสบภัยหมดสติและเสียชีวิตจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเบื้องต้นว่าพบผู้เสียชีวิตหลายรายอยู่บริเวณทางออกฉุกเฉินด้านซ้ายของอาคาร ซึ่งอาจมีสิ่งกีดขวางในพื้นที่ดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
กรุงเทพมหานครจะเร่งตรวจสอบเอกสารการอนุญาตประกอบกิจการของร้าน รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะจำนวนและสภาพของทางหนีไฟ ความชัดเจนของป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงการมีสิ่งกีดขวางในเส้นทางอพยพ เบื้องต้นพบว่าร้านมีทางหนีไฟ 2 จุด โดยหนึ่งในนั้นต้องผ่านโซนครัว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่ามีการจัดวางพื้นที่ถูกต้องตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือไม่
นายชัชชาติ ระบุว่า ภารกิจเร่งด่วนของกรุงเทพมหานครในขณะนี้มี 3 ด้าน ได้แก่ การตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือญาติผู้ประสบเหตุ การตรวจสอบการอนุญาตประกอบกิจการของสถานประกอบการ และการตรวจสอบระบบทางหนีไฟให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีก

ด้านนายสุริยชัย กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการสำลักควัน แต่จะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และผลการสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนสรุปสาเหตุการเสียชีวิตและข้อเท็จจริงของเหตุการณ์อย่างเป็นทางการ
ล่าสุด เมื่อเวลา 03.45 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร รายงานว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตรวม 27 ราย แบ่งเป็นชาย 9 ราย และหญิง 18 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมี 18 ราย ประกอบด้วย ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 8 ราย ผู้บาดเจ็บอาการปานกลาง 7 ราย และผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย โดยทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาแล้ว
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์นิติเวช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงเร่งตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต ขณะที่สำนักงานเขตจตุจักรได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มกำลัง
กรุงเทพมหานครได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมส่งกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน และยืนยันว่าจะเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงตรวจสอบข้อเท็จจริงและมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต
