นายกฯเปิดงาน”แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์”ลพบุรีแต่งไทยทั้งเมืองย้อนรอยยุคทองละโว้ธานี

เมื่อค่ำวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณพระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี สว่างไสวท่ามกลางแสงไฟประดับโบราณสถาน เสียงกลองและท่วงทำนองดนตรีไทยกึกก้องรับขบวนประวัติศาสตร์ เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ประจำปี 2569 ท่ามกลางข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน และประชาชนที่พร้อมใจกันแต่งไทยย้อนยุคทั้งเมือง

ทันทีที่เดินทางถึงบริเวณ พระปรางค์สามยอด นายกรัฐมนตรีในชุดผ้าไหมมัดหมี่ลายประตูวังพระนารายณ์ โจงกระเบนไหมสีพื้น ร่วมชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ ก่อนเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลพระกาฬ แล้วมุ่งหน้าสู่พระราชวังโบราณ สถานที่ซึ่งสะท้อนยุคทองแห่งกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ตลอดพื้นที่จัดงาน ภาพประชาชน “แต่งไทยทั้งเมือง” กลายเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของลพบุรีในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปี ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา และชาวบ้านพร้อมใจกันสวมผ้าไทยในชีวิตประจำวัน เพื่อรำลึกถึง “ละโว้ธานี” ราชธานีแห่งความรุ่งเรือง และตอกย้ำรากเหง้าวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป

บนเวทีกลาง นายกรัฐมนตรีกล่าวอย่างหนักแน่นว่า งานนี้ไม่เพียงเป็นเทศกาลประจำปี หากแต่เป็นเวทีแห่งความทรงจำของแผ่นดิน เป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งบูรพกษัตริย์ ผู้ทรงสร้างบ้านเมืองให้มั่นคงจนถึงปัจจุบัน พร้อมย้ำความสำคัญของคำว่า “บ้านเกิดเมืองนอน” ว่าความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์จะเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนา ทั้งการต้อนรับผู้มาเยือน การสร้างความเจริญ และการรักษามรดกวัฒนธรรมให้ลูกหลาน

นายกรัฐมนตรียังน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทย โดยเฉพาะผ้ามัดหมี่และงานศิลปาชีพ ซึ่งเป็นรากฐานเศรษฐกิจชุมชนของลพบุรีและอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ

ภายในงาน มีการประดับตกแต่งโบราณสถานทั่วเขตเมืองเก่าอย่างวิจิตร การรำบวงสรวงถวายแด่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช นิทรรศการ “พระมหากษัตริย์ผู้ทรงสร้างเมือง และพระบรมราชชนนีผู้ทรงรักษาศิลป์” รวมถึงการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ “ชะตาชีวิต” ขับขานก้องพระที่นั่ง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความซาบซึ้ง

ไฮไลต์พิธีเปิดอยู่ที่ “กิมมิค” การแตะประตูสัญลักษณ์ เปิดประตูสู่ “แผ่นดินทอง” โดยนายกรัฐมนตรีและคู่สมรส ท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้อง สะท้อนพลังศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของชาวลพบุรี

ค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ไม่เพียงปลุกจิตวิญญาณแห่งละโว้ธานีให้ฟื้นคืน หากยังตอกย้ำว่า ลพบุรี คือเมืองต้นแบบการใช้พลังวัฒนธรรมขับเคลื่อนการท่องเที่ยว สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และหล่อหลอมความรักชาติรักแผ่นดินให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น