
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณท่อลอดถนนใกล้สามแยกสะปอม ขาเข้าอำเภอตากใบ พื้นที่บ้านไพรวัน ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยมี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายศักระ กปิลกาญจน์ รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง และสื่อมวลชน ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์

ภายหลังตรวจพื้นที่เกิดเหตุ คณะได้เดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเยี่ยมอาการผู้ได้รับบาดเจ็บชาวมาเลเซีย 2 ราย พร้อมมอบกระเช้าและเงินช่วยเหลือเบื้องต้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบเหตุ
นายอรรษิษฐ์ เปิดเผยว่า เหตุลอบวางระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันเดียวกัน และถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในจังหวัดยะลาและปัตตานี สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ความไม่สงบที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้


ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการจากกรุงปารีสให้ตนลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่และรวดเร็วที่สุด

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาวมาเลเซียที่เดินทางสัญจรผ่านพื้นที่ ขณะเดียวกันมีรถของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ซึ่งเดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจในจังหวัดยะลาอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยรถของชาวมาเลเซียได้แซงขึ้นมาก่อน จึงตกอยู่ในรัศมีแรงระเบิดและได้รับความเสียหาย


ผลการตรวจพิสูจน์เบื้องต้นพบว่า คนร้ายใช้ถังแก๊ส 2 ถังประกอบเป็นระเบิด และถังแก๊สดังกล่าวไม่ได้ผลิตในประเทศไทย ขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งขยายผลเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุและผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนความเสียหายของพื้นผิวถนน แขวงทางหลวงจะเร่งซ่อมแซมเพื่อเปิดใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว

นายอรรษิษฐ์ ย้ำว่า จังหวัดนราธิวาสมีการบูรณาการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานด้านความมั่นคง มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบข่าวกรองเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ต้องยกระดับมาตรการป้องกัน โดยเฉพาะการเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาติดตั้งตะแกรงครอบบริเวณท่อลอดถนน เพื่อป้องกันการซุกซ่อนวัตถุระเบิดและลดความเสี่ยงการก่อเหตุซ้ำในอนาคต

สำหรับ การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ จังหวัดนราธิวาสได้เร่งดำเนินการเยียวยาชาวมาเลเซียทั้ง 2 ราย โดยผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้รับเงินช่วยเหลือจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จำนวน 50,000 บาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยได้รับ 10,000 บาท พร้อมซ่อมแซมรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส มอบเงินช่วยเหลือรายละ 2,600 บาท และเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาสมอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ผู้บาดเจ็บสาหัส 3,000 บาท และผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 2,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน



