“อนุทิน”ลงสีคิ้วสั่งเยียวยาศพละ 7 หลักเร่งเคลียร์ซากเครน เปิดทางรถไฟใน 72 ชม.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟโดยสาร ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนครราชสีมา บ้านถนนคต หมู่ 11 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดจากโศกนาฏกรรมที่คร่าชีวิตผู้โดยสารจำนวนมาก

ในการนี้มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงตัวแทนบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด เข้าร่วมประชุมบริหารจัดการสถานการณ์

นายกรัฐมนตรีกล่าวอย่างหนักแน่นว่า ขณะนี้ “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ” ควบคู่ไปกับการเร่งถอนย้ายซากเครนและอุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อเปิดทางให้การเดินรถไฟกลับมาโดยเร็วที่สุด เนื่องจากส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจและการเดินทางของประชาชน

พร้อมสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา บูรณาการทุกภาคส่วน ระดมเครื่องจักรกล บุคลากร และทำงานล่วงเวลา เพื่อเร่งคืนพื้นที่ภายในกรอบเวลา 2–3 วัน

นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่า แม้การรถไฟแห่งประเทศไทยจะเป็นรัฐวิสาหกิจที่ไม่สามารถสั่งการโดยตรงได้ แต่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ได้ประสานไปยังประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้เรียกประชุมคณะกรรมการโดยเร่งด่วน เพื่อพิจารณามาตรการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ

“อย่างน้อยผู้เสียชีวิตต้องได้รับการเยียวยาไม่ต่ำกว่า 7 หลัก ส่วนผู้บาดเจ็บต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เหตุการณ์นี้แตกต่างจากอุบัติเหตุที่เกิดกับผู้รับจ้าง เพราะผู้โดยสารอยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งในฐานะผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ ต้องดูแลอย่างเต็มที่” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายอนุทินย้ำว่า การไล่เบี้ยผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมสั่งการให้เร่งสอบสวนหาสาเหตุและถอดบทเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมลักษณะนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ด้านกระทรวงสาธารณสุข รายงานความคืบหน้าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 31 ราย แบ่งเป็นเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 30 ราย และเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล 1 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 64 ราย โดย 53 ราย อาการปลอดภัยและได้รับอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว เหลือรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 11 ราย

ขณะที่การจัดการสถานการณ์ภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถกู้ภัยสมรรถนะสูง รถเครนขนาด 56 ตัน พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญเหตุ ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ตำรวจ หน่วยแพทย์ และอาสาสมัครมูลนิธิ ทำงานแข่งกับเวลาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์

นอกจากนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้สนับสนุนรถเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง พร้อมเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย