เปิดแผนใหญ่บ้านถ้ำหินศูนย์กลางผู้หนีภัยแห่งใหม่ของไทย รับย้าย 300 ครัวเรือน

นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรวงมหาดไทย นำคณะลงพื้นที่ตรวจราชการยังพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยจากการสู้รบบ้านถ้ำหิน โดยมีนางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ UNHCR และภาคีเครือข่ายร่วมให้ข้อมูลและติดตามความพร้อมของพื้นที่

นายภาสกร กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้ทำงานร่วมกับ UNHCR และสถาบันวิชาการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องในการดูแลผู้หนีภัยจากการสู้รบในพื้นที่พักพิงชั่วคราวทั้ง 9 แห่ง ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี และราชบุรี โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสให้ผู้หนีภัยสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้หนีภัยจากการสู้รบที่มีศักยภาพพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานมากกว่า 40,000 คนทั่วประเทศ รัฐจึงเดินหน้าส่งเสริมการศึกษา การฝึกทักษะอาชีพ และการจัดทำสถานะทางทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถประกอบอาชีพ สร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัว และลดภาระงบประมาณในการดูแลของภาครัฐในอนาคต

นายภาสกรระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้บ้านถ้ำหินถือเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งด้านสถานที่ ระบบการบริหารจัดการ และศักยภาพในการรองรับผู้หนีภัยเพิ่มเติม จึงมีแผนควบรวมพื้นที่พักพิงชั่วคราวจากจังหวัดกาญจนบุรีเข้ามาอยู่ที่บ้านถ้ำหิน จังหวัดราชบุรี เพียงแห่งเดียว ตามแนวทางการกระชับพื้นที่และรวมศูนย์การบริหารจัดการของภาครัฐ

“บ้านถ้ำหินมีความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้ง อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองและแหล่งงาน ซึ่งจะช่วยให้ผู้หนีภัยสามารถเดินทางไปประกอบอาชีพได้สะดวกมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยให้การดูแล ควบคุม และประสานงานของทุกหน่วยงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพมากขึ้น” นายภาสกร กล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังมอบหมายให้กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ประสานกรมการปกครองและจังหวัดที่มีพื้นที่พักพิงทั้ง 4 จังหวัด เร่งสำรวจและปรับปรุงข้อมูลประชากรผู้หนีภัยจากการสู้รบให้เป็นปัจจุบัน เพื่อจัดทำฐานข้อมูลกลางสำหรับใช้วางแผนช่วยเหลือได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดราชบุรีเร่งสำรวจพื้นที่และจัดทำผังรองรับการขยายตัว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายผู้หนีภัยกว่า 300 ครัวเรือนจากจังหวัดกาญจนบุรี โดยเน้นให้มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานครบถ้วนตามหลักมนุษยธรรม

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ในช่วงฤดูมรสุมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงจากอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมเตรียมแผนรับมือสาธารณภัยเพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่พักพิงอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้หนีภัยจากการสู้รบควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของประเทศ เพื่อให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี พึ่งพาตนเองได้ และมีอนาคตที่มั่นคงยั่งยืนต่อไป