
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ที่โรงพยาบาลราชวิถี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามอาการผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ พร้อมเปิดเผยว่า ณ เวลา 16.30 น. มีผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรวม 17 แห่ง จำนวนทั้งสิ้น 74 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 28 ราย
ส่วนผู้บาดเจ็บสีเขียว จำนวน 32 ราย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ขณะที่ยังคงมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีก 41 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยอาการวิกฤต หรือสีแดง จำนวน 27 ราย และผู้ป่วยอาการปานกลาง หรือสีเหลือง อีก 14 ราย

สำหรับโรงพยาบาลราชวิถี มีผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาทั้งหมด 8 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยสีแดง 6 ราย สีเหลือง 1 ราย และสีเขียว 1 ราย โดยในวันนี้ได้มีการส่งต่อผู้ป่วยอาการหนักจำนวน 3 ราย ไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพด้านการรักษาผู้ป่วยไฟไหม้โดยเฉพาะ ได้แก่ โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ แห่งละ 1 ราย ขณะที่ผู้ป่วยสีเขียวได้รับอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว ทำให้ปัจจุบันโรงพยาบาลราชวิถีเหลือผู้ป่วยสีแดง 3 ราย และผู้ป่วยสีเหลืองอีก 1 ราย
ด้านการดูแลสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ กรมสุขภาพจิตได้ส่งทีม MCATT จากโรงพยาบาลศรีธัญญา จำนวน 7 คน ประกอบด้วยแพทย์ นักจิตวิทยาคลินิก นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาลจิตเวช นักวิชาการสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตั้งจุดปฏิบัติการร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข 51 ของกรุงเทพมหานคร บริเวณกองอำนวยการ MRT ลาดพร้าว เพื่อประเมินสภาพจิตใจและให้การเยียวยาผู้ประสบเหตุ ญาติผู้สูญเสีย และประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์

ขณะเดียวกัน กรมอนามัยได้ส่งทีมปฏิบัติการอนามัยสิ่งแวดล้อม (SEhRT) ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานเขตจตุจักร เพื่อตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบ เบื้องต้นจากการประเมินในรัศมีประมาณ 100 เมตร ไม่พบประชาชนได้รับผลกระทบจากควันไฟหรือกลิ่นจากเหตุเพลิงไหม้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำด้านการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมแจกหน้ากากอนามัย N95 ให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อสร้างความมั่นใจและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระยะต่อไป
โศกนาฏกรรมครั้งนี้ยังคงทิ้งบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจไว้กับผู้รอดชีวิตและครอบครัวผู้สูญเสีย ขณะที่หลายชีวิตยังคงอยู่ในห้องไอซียู รอปาฏิหาริย์และการยื้อชีวิตจากทีมแพทย์อย่างเต็มกำลัง ท่ามกลางความหวังว่าความสูญเสียครั้งใหญ่ครั้งนี้จะนำไปสู่การทบทวนมาตรการความปลอดภัย เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต

