
ชาวบ้านกว่า 20 คน ในพื้นที่บ้านหนองโกใหม่ หมู่ 17 ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น รวมตัวถือป้ายเรียกร้องหน้าโรงงานผลิตและจำหน่ายเคมีภัณฑ์รายใหญ่ หลังอ้างได้รับผลกระทบจากน้ำเสียและมลพิษสะสมมานานกว่า 4 ปี จนพื้นที่นาหลายสิบไร่เสียหาย ผลผลิตตกต่ำ บางครอบครัวถึงขั้นต้องซื้อข้าวกินเอง
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดย นายเอกชัย สืบสารคาม สส.ขอนแก่น เขต 3 พรรคกล้าธรรม นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แรงงานจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 50 นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทนคร เคมิคอล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายน้ำพอง–กระนวน หลังชาวบ้านร้องเรียนว่ามีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงพื้นที่การเกษตร รวมถึงปัญหาการจัดการมลพิษและแรงงานต่างด้าว

ระหว่างการตรวจสอบ บรรยากาศหน้าโรงงานเต็มไปด้วยความตึงเครียด ชาวบ้านต่างสะท้อนความเดือดร้อนที่สะสมมานาน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หลังที่ผ่านมาร้องเรียนทั้งระดับตำบล อำเภอ จังหวัด รวมถึงส่งเรื่องถึงสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
นายบัญชา ไชยชาติ ผู้ใหญ่บ้านหนองโกใหม่ เปิดเผยว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นเต็นท์ขายรถยนต์มือสอง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโรงงานผลิตสารเคมีในปี 2562 จากนั้นชาวบ้านเริ่มได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะน้ำเสียที่ไหลลงนาข้าว ทำให้ดินเสื่อม ผลผลิตลดลงอย่างหนัก

“เมื่อก่อนชาวบ้านทำนาได้ข้าวหลายสิบกระสอบ แต่ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา บางรายได้ข้าวไม่ถึง 10 กระสอบ ทั้งที่เป็นพื้นที่ทำนามาตั้งแต่บรรพบุรุษ” นายบัญชากล่าว
ด้าน นายเข็ม วันสืบ อายุ 76 ปี ชาวนาซึ่งมีที่นาอยู่ติดโรงงาน เปิดเผยทั้งน้ำเสียงสั่นเครือว่า อดีตเคยทำนา 15 ไร่ ได้ผลผลิตกว่า 90 กระสอบ แต่หลังมีโรงงานเคมี น้ำเสียจากโรงงานไหลลงนาอย่างต่อเนื่อง จนดินเสื่อมและผลผลิตลดลงทุกปี
“บางปีต้องซื้อข้าวกินเอง ทั้งที่ทำนามาทั้งชีวิต ถ้ายังปล่อยแบบนี้ต่อไป ชาวบ้านคงอยู่ไม่ได้” นายเข็มกล่าว

ชาวบ้านยังยื่นข้อเสนอ 4 ข้อต่อโรงงานและหน่วยงานรัฐ ได้แก่
- ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน
- ห้ามปล่อยน้ำเสียลงพื้นที่ชาวบ้าน
- ฟื้นฟูสภาพดินให้กลับมาทำนาได้
- แก้ไขผลกระทบโดยรวมให้ชุมชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ
พร้อมประกาศจุดยืนชัดเจนว่า “หากทำไม่ได้ ก็ต้องปิดโรงงาน”

ขณะที่ นายธีระนานนท์ สาระรัตน์ ทนายความตัวแทนบริษัทนคร เคมิคอล ยอมรับว่า โรงงานถูกร้องเรียนมาต่อเนื่อง และหน่วยงานรัฐเข้าตรวจสอบเป็นระยะ แต่ยืนยันว่าโรงงานดำเนินการตามมาตรฐาน พร้อมระบุว่า บริษัทเคยเสนอเยียวยาชาวบ้านไร่ละ 2,000 บาท ครอบคลุม 21 ครอบครัว พื้นที่ประมาณ 50 ไร่ แม้ยังไม่มีการจ่ายเงิน แต่การพูดคุยเป็นไปในทิศทางที่ดี
ด้าน นายเอกชัย สืบสารคาม สส.ขอนแก่น เขต 3 ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้พบหลายประเด็นน่าสงสัย โดยเฉพาะเรื่องใบอนุญาต เนื่องจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า โรงงานเพิ่งขออนุญาตจัดตั้งจาก อบต.ในปี 2568 ทั้งที่ดำเนินกิจการมานานแล้ว จึงต้องตรวจสอบว่า การขออนุญาตและการประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

“ชาวบ้านร้องเรียนมานานกว่า 4 ปี แต่ไม่มีความคืบหน้า วันนี้ในฐานะ ส.ส.พื้นที่ จะติดตามเรื่องนี้อย่างเข้มงวด และจะตรวจสอบโรงงานอื่นในพื้นที่เพิ่มเติม เพราะพบว่ามีอีกหลายแห่งที่อาจเข้าข่ายสร้างผลกระทบต่อชุมชน” นายเอกชัยกล่าว
ขณะที่ นายนเรศ ชมบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ระบบจัดการน้ำเสียยังไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงปัญหาฝุ่นและเสียงที่ยังไม่มีแนวทางควบคุมชัดเจน โดยทางอุตสาหกรรมจังหวัดได้สั่งให้โรงงานจัดทำรายงานสรุปการแก้ไขปัญหาภายใน 7 วัน
พร้อมย้ำว่า หากโรงงานไม่ปรับปรุงให้เป็นไปตามมาตรฐานภายในเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาดำเนินการถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตและสั่งปิดโรงงานตามกฎหมาย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อชุมชนในระยะยาว




