
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส นายอภินันท์ ชาจิตตะ นายอำเภอจะแนะ และกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร เปิดปฏิบัติการบูรณาการลงพื้นที่บ้านสูแฆ หมู่ 3 และบ้านผดุงมาส หมู่ 4 ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ ตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เสี่ยง เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของยาเสพติดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ผลการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด แม้ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งผิดปกติ แต่ตรวจพบผู้เกี่ยวข้องกับการเสพยาเสพติดจำนวน 2 ราย จึงนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวและสังคมได้อย่างปกติ

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจตรวจค้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสและคณะได้พบปะประชาชนในพื้นที่ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะอย่างใกล้ชิด พร้อมสร้างความเข้าใจว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดจะประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งครอบครัว ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา สถานศึกษา และประชาชน ร่วมกันเฝ้าระวัง ป้องกัน และดูแลเด็กและเยาวชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด

จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังโรงเรียนตาดีกาคอยรียะห์ บ้านสูแฆ เพื่อพบปะครู นักเรียน และผู้นำศาสนา พร้อมมอบไอศกรีมและขนมให้กับเด็ก ๆ สร้างรอยยิ้มและบรรยากาศแห่งความอบอุ่น สะท้อนความตั้งใจของภาครัฐในการสร้างความใกล้ชิดกับประชาชน และผลักดันให้สถานศึกษาและศาสนสถานเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสยังได้เดินทางเข้าเยี่ยมครอบครัวของนายมนชัย จิตกมลกานต์ อดีตปลัดอาวุโสอำเภอจะแนะ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ลอบยิง เพื่อให้กำลังใจ ติดตามความเป็นอยู่ของครอบครัว และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนกลุ่มเปราะบาง รับฟังปัญหาในชีวิตความเป็นอยู่ และเร่งบูรณาการความช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการของแต่ละครัวเรือน

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสย้ำว่า จังหวัดจะเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยใช้มาตรการทั้งด้านการป้องกัน การปราบปราม การบำบัดรักษา และการฟื้นฟูควบคู่กัน พร้อมเดินหน้าสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนทุกพื้นที่ เพราะเชื่อมั่นว่า “ชุมชนคือแนวป้องกันด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการหยุดยั้งปัญหายาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง” และหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง จะสามารถสร้างสังคมที่ปลอดภัยและอนาคตที่มั่นคงให้กับเด็กและเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างยั่งยืน
ข่าว/ภาพ : ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส

