“เต๋อ ธนภัทร” คนธรรมดาท้าชนการเมืองเก่าเดิมพันศึกปทุมธานี เขต 6 กับความฝันเปลี่ยนประเทศ

ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความคาดหวังของประชาชน การปรากฏตัวของผู้สมัครหน้าใหม่ในหลายพื้นที่กำลังสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของการเมืองไทย หนึ่งในนั้นคือ ธนภัทร ตระกูลภูชัย หรือ “เต๋อ” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน เขต 6 จังหวัดปทุมธานี ซึ่งถูกจับตามองในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และเลือกก้าวเข้าสู่สนามเลือกตั้งด้วยภาพลักษณ์ของ “คนธรรมดา” ที่ต้องการทำการเมืองอย่างตรงไปตรงมา

ธนภัทร ลงสมัคร สส.ปทุมธานี เขต 6 (เบอร์ 8) ครอบคลุมพื้นที่ตำบลลาดสวาย องค์การบริหารส่วนตำบลบึงคำพร้อย และตำบลบึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี พื้นที่ซึ่งมีความหลากหลายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างเมือง อีกทั้งยังถือเป็นหนึ่งในสนามเลือกตั้งที่การแข่งขันค่อนข้างเข้มข้นมาโดยตลอด

เติบโตมากับการเมือง และการตั้งคำถามต่อโครงสร้างเดิม

เส้นทางชีวิตของธนภัทรไม่ได้เริ่มจากครอบครัวนักการเมือง หากแต่เริ่มจากความสนใจและการเฝ้าติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างใกล้ชิด เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีรัฐศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เขาได้เรียนรู้และทำความเข้าใจกับโครงสร้างอำนาจ การบริหารรัฐ และปัญหาทางการเมืองไทยอย่างเป็นระบบ

เขาเติบโตมากับภาพความขัดแย้งทางการเมืองในหลายช่วงเวลา ตั้งแต่ยุคเสื้อเหลือง–เสื้อแดง ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านของพรรคการเมืองใหม่ในช่วงหลังรัฐประหาร ธนภัทรตั้งคำถามว่า เหตุใดการเมืองไทยจึงไม่สามารถหาฉันทามติร่วมกันของสังคมได้ และเหตุใดปัญหาเชิงโครงสร้างจำนวนมากจึงยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

การปรากฏตัวของพรรคอนาคตใหม่ในเวลานั้น กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เขาเริ่มจากการเป็นแฟนคลับ สนับสนุน และเฝ้ามองการทำงานของพรรค ก่อนจะมีโอกาสเข้ามาช่วยงานพรรคก้าวไกล และต่อยอดสู่บทบาทผู้สมัครของพรรคประชาชนในวันนี้ “ผมเริ่มจากการเป็นแฟนคลับพรรคการเมืองที่เสนอทางเลือกใหม่ให้กับประเทศ ก่อนจะค่อยๆ เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น” เขากล่าว

จากสตาร์ทอัพสู่สนามการเมือง

ก่อนก้าวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ธนภัทรมีประสบการณ์ทำงานในภาคเอกชน โดยเฉพาะในสายสตาร์ทอัพระดับประเทศ เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และหัวหน้าฝ่ายขยายธุรกิจใหม่ ในบริษัท Unicorn Startup อย่าง AnyMind และ Chilindo ประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมให้เขาคุ้นเคยกับการทำงานเชิงระบบ การวางกลยุทธ์ และการแก้ปัญหาภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากร

นอกจากนี้ เขายังเคยทำงานการเมืองในฐานะ ผู้ช่วยดำเนินงานของ สส. เชตวัน เตือประโคน ในพื้นที่ปทุมธานี ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานเชิงพื้นที่ การประสานงานกับประชาชน และบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในทางปฏิบัติ ซึ่งเขามองว่าเป็นประสบการณ์สำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงความรู้ทางทฤษฎีกับการทำงานจริง

ความเป็นคนธรรมดา” จุดแข็งที่ตั้งใจรักษาไว้

เมื่อถูกถามถึงจุดแข็งของตัวเองในฐานะผู้สมัครหน้าใหม่ ธนภัทรตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ความเป็นคนธรรมดา” คือสิ่งที่เขาไม่ต้องการละทิ้ง เขามองว่าความเป็นคนธรรมดา ความเป็นหนึ่งใน 99% นั้นทำให้สามารถเข้าถึงชาวบ้านได้อย่างเป็นธรรมชาติ

“ผมคือคนธรรมดาคนหนึ่ง เห็นปัญหาเช่นเดียวกับชาวบ้าน ใช้ชีวิตอยู่กับโครงสร้างเดียวกัน” เขากล่าว พร้อมเสริมว่าบุคลิกที่เป็นกันเอง อัธยาศัยดี และการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เขารับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนได้โดยไม่มีระยะห่าง

ขณะเดียวกัน ธนภัทรก็ย้ำว่าความเป็นกันเองต้องควบคู่ไปกับความรู้และความเข้าใจในเชิงนโยบาย ประสบการณ์จากการเรียนรัฐศาสตร์ และการติดตามการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน ทำให้เขาเชื่อมั่นว่าปัญหาหลายเรื่องของประเทศเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งต้องอาศัยความกล้าหาญและเจตจำนงทางการเมืองในการแก้ไข

การกระจายอำนาจ วาระหลักที่อยากผลักดัน

ประเด็นสำคัญที่ธนภัทรต้องการผลักดันในฐานะ สส. คือ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เขาเชื่อว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดและเข้าใจประชาชนมากที่สุด แต่กลับถูกจำกัดบทบาทด้วยกฎหมาย งบประมาณ และโครงสร้างอำนาจจากส่วนกลาง

“วันนี้งบประมาณหลักยังอยู่ที่ส่วนกลางเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ท้องถิ่นซึ่งต้องแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของประชาชนกลับมีทรัพยากรจำกัด หากเราปลดล็อกกฎหมาย ถ่ายโอนงบประมาณและภารกิจให้ท้องถิ่น เมืองจะพัฒนาได้จริง” เขาอธิบาย พร้อมยกตัวอย่างปัญหาพื้นฐานอย่างน้ำประปาไม่ไหล ไฟฟ้าดับ หรือถนนชำรุด ที่หลายครั้งท้องถิ่นไม่สามารถเข้าไปจัดการได้โดยตรง

ธนภัทรมองว่า หากมีการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ประชาชนจะสามารถตรวจสอบและตัดสินผลงานของผู้บริหารท้องถิ่นได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพการเมืองในระยะยาว

แรงบันดาลใจ และสนามที่ไม่ถอย

ในด้านแรงบันดาลใจทางการเมือง เขาเอ่ยถึง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล ว่าเป็นบุคคลที่จุดประกายให้เขาเชื่อว่าการเมืองแบบใหม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง ภาพของการ “จุดเทียนกลางสายฝน ท่ามกลางลมแรง” คือสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจยืนอยู่ในสนามนี้

สำหรับการแข่งขันในพื้นที่ปทุมธานี ธนภัทรแสดงความมั่นใจในการลงสนาม พร้อมยืนยันจุดยืนเรื่องการเมืองโปร่งใส ตรวจสอบได้ และการสื่อสารด้วยเหตุผลมากกว่าความขัดแย้ง แม้ต้องเผชิญกับความเห็นต่าง เขามองว่าการพูดคุยและรับฟังซึ่งกันและกัน คือรากฐานสำคัญของสังคมประชาธิปไตย

ความฝันต่อประเทศ และปทุมธานี

ท้ายที่สุด ธนภัทรกล่าวว่าความฝันสูงสุดของเขา คือการได้เห็นรัฐบาลประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน เขาเชื่อว่าหากบรรทัดฐานทางการเมืองเปลี่ยนไป ประชาชนจะไม่ยอมรับการเมืองแบบเดิมที่ขาดความรับผิดชอบอีกต่อไป

ในระดับพื้นที่ เขาอยากเห็นปทุมธานีเป็นเมืองที่เติบโตอย่างทั่วถึง มีเศรษฐกิจที่ดี และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่สมศักดิ์ศรี

การก้าวเข้าสู่สนามการเมืองของ ธนภัทร ตระกูลภูชัย อาจยังเป็นเพียงก้าวแรกของเส้นทางที่ยาวไกล และไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ธนภัทรคือภาพสะท้อนของความพยายามของ “คนธรรมดา” ในการเข้ามามีบทบาทในระบบการเมือง และเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่น่าจับตาในสมรภูมิการเมืองปทุมธานีครั้งนี้.