พม.สืบสาน ‘พระธรรมจาริก’ 61 ปีสร้างพระนักพัฒนาเปลี่ยนชุมชนห่างไกล

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ร่วมกับมูลนิธิเผยแพร่พระพุทธศาสนาแก่ชนถิ่นกันดาร ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี และคณะพระธรรมจาริก จัดพิธีบรรพชาอุปสมบทราษฎรบนพื้นที่สูง ประจำปี 2569 ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร เพื่อน้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภายในพิธีมี พระธรรมวชิราธิบดี เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง พม. ผู้แทนเครือข่าย ครอบครัวของผู้เข้ารับการบรรพชาอุปสมบท และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นายนิกร เปิดเผยว่า โครงการพระธรรมจาริกถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง โดยใช้หลักพระพุทธศาสนาเป็นรากฐานควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและจิตใจของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และสามารถนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและพัฒนาชุมชนได้อย่างเหมาะสม

ตลอดระยะเวลา 61 ปี นับตั้งแต่ปี 2508 โครงการพระธรรมจาริกได้สร้างโอกาสให้ราษฎรบนพื้นที่สูงเข้ารับการบรรพชาอุปสมบทแล้วกว่า 12,338 คน และยังมีพระธรรมจาริกครองสมณเพศอยู่จำนวน 272 รูป ปฏิบัติศาสนกิจประจำอาศรม 225 แห่ง ในพื้นที่ 13 จังหวัดทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็น “พระนักพัฒนา” อยู่เคียงข้างประชาชน ทั้งการเผยแผ่พระพุทธศาสนา อบรมคุณธรรมจริยธรรม และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในปี 2569 มีราษฎรบนพื้นที่สูงเข้าร่วมบรรพชาอุปสมบทจำนวน 232 รูป โดยหลังจากเสร็จสิ้นพิธี ผู้บรรพชาจะเข้าศึกษาพระธรรมวินัย รวมทั้งวิชาการทั้งสายปริยัติธรรมและสายสามัญ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นกำลังสำคัญของพระธรรมจาริก และสามารถนำความรู้กลับไปพัฒนาตนเอง ครอบครัว และชุมชนเมื่อกลับสู่ภูมิลำเนา

รมว.พม. กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง พม. ขออนุโมทนากับผู้มีจิตศรัทธาทุกภาคส่วนที่ร่วมเป็นเจ้าภาพและสนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่ราษฎรบนพื้นที่สูง จนทำให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน พร้อมแสดงความหวังว่าผู้เข้ารับการบรรพชาอุปสมบทในครั้งนี้ จะได้รับการศึกษาเรียนรู้หลักธรรมคำสอนและการขัดเกลาจิตใจ สามารถดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดี และร่วมสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป