‘อ.กรณ์รักษ์’ โชว์พลังผ้าไทยผสาน AI สะกดเวทีความงามนานาชาติดัน Soft Power ไทยสู่สากล

วงการแฟชั่นและความงามระดับนานาชาติได้เห็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของพลังสร้างสรรค์จากประเทศไทย เมื่อ อาจารย์กรณ์รักษ์ จิรัชภาบริรักษ์ อาจารย์ประจำรายวิชา “มูเพื่อธุรกิจ” แห่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผู้ได้รับการยอมรับในฐานะอาจารย์คนแรกของประเทศไทยและคนแรกของโลกที่เปิดสอนศาสตร์มูเตลูในรูปแบบรายวิชาที่มีหน่วยกิต ได้รับเกียรติเข้าร่วมงาน “GLOBAL BEAUTY IN THAILAND 2026” งานประชุมและนิทรรศการด้านความงามระดับนานาชาติที่รวบรวมองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจจากผู้เชี่ยวชาญจากทั่วภูมิภาคเอเชีย

การจัดงานครั้งนี้นำโดย อาจารย์นก ลภัสรดา ซีกรี และ อาจารย์ปัญจ์ กนกปัท หงสกุลธนาโชติ ในฐานะผู้บริหารและผู้จัดงานหลัก โดยมีผู้ประกอบการ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม ตลอดจนผู้สนใจจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมความงามของภูมิภาค

ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ที่แฟชั่นโชว์สุดพิเศษ “TEPVA Fashion Rain Collection” ผลงานสร้างสรรค์ของอาจารย์กรณ์รักษ์ ที่นำเสนอผ่านแนวคิดร่วมสมัยอันโดดเด่น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากงานวิจัยเรื่อง “The Impact of AI-Generated Art on Social Equity in Creative Industries: Perceptions and Economic Implications” ซึ่งศึกษาผลกระทบของศิลปะที่สร้างขึ้นด้วย AI ต่อความเท่าเทียมทางสังคมและเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ผลงานดังกล่าวถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ศิลปะ แฟชั่น และปัญญาประดิษฐ์ ผ่านชุดแฟชั่นที่ชวนตั้งคำถามต่ออนาคตของโลกสร้างสรรค์ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเข้ามามีบทบาทอย่างลึกซึ้ง ทั้งในมิติของโอกาส การแข่งขัน และคุณค่าของความเป็นมนุษย์

แฟชั่นโชว์จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม TK Palace Hotel & Convention กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานจากหลายประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฮ่องกง เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และประเทศไทย ซึ่งต่างให้ความสนใจต่อการนำเสนอที่ผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับเทรนด์โลกได้อย่างลงตัว

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของคอลเลกชันนี้คือการนำ “ผ้าไทย” มาเป็นหัวใจหลักในการออกแบบ เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวต่างชาติ ควบคู่กับการผสานศาสตร์ด้านโหราศาสตร์ ความเชื่อ และศาสตร์มูเตลู ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่อาจารย์กรณ์รักษ์ศึกษาและถ่ายทอดผ่านรายวิชา “มูเพื่อธุรกิจ” จนเกิดเป็นแนวทางการออกแบบแฟชั่นสายมูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ความสำเร็จของผลงานครั้งนี้ยังเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและวงการสร้างสรรค์ โดยมีนักศึกษาสาขาศิลปการออกแบบพัสตราภรณ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แก่ นางสาววาสินี ประเสริฐสังข์ และนางสาวภรณ์นภา แถวกระต่าย ร่วมออกแบบและพัฒนาผลงาน สะท้อนศักยภาพของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่ระดับสากล

ตลอดการแสดง แฟชั่นโชว์ได้รับเสียงชื่นชมและความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก ด้วยการนำเสนอที่ผสมผสานแฟชั่นร่วมสมัย ศิลปวัฒนธรรมไทย และเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน จนกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน

อาจารย์กรณ์รักษ์ กล่าวว่า “แฟชั่นไม่ใช่เพียงเครื่องแต่งกาย แต่เป็นภาษาสากลที่สามารถเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์จากทั่วโลกเข้าด้วยกัน ผมต้องการนำผ้าไทยและอัตลักษณ์ความเป็นไทยมาพัฒนาให้เป็น Soft Power ที่สามารถสร้างการรับรู้และสร้างคุณค่าในระดับนานาชาติ”

การปรากฏตัวบนเวที GLOBAL BEAUTY IN THAILAND 2026 ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการนำเสนอผลงานแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันทุนทางวัฒนธรรมไทยให้ก้าวทันโลกยุคใหม่ ผ่านการผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับ Soft Power ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม