
โอกาสครั้งประวัติศาสตร์ของนักสร้างสรรค์ทั่วโลกมาถึงแล้ว เมื่อ “เบิร์จคาลิฟา” (Burj Khalifa) ตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลก ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศเปิดโครงการประกวดระดับนานาชาติ “Project it 2026” เพื่อเฟ้นหาผลงานศิลปะด้านภาพและเสียงที่โดดเด่นที่สุดไปฉายบนตัวอาคาร ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ผ้าใบดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก”
นับเป็นครั้งแรกที่โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้ศิลปิน จิตรกร นักออกแบบ และนักสร้างสรรค์จากทุกมุมโลกเข้าร่วมแข่งขันอย่างเสรี เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่จะปรากฏบนแลนด์มาร์กระดับโลก และได้รับการรับชมจากผู้คนจำนวนมหาศาลที่เดินทางมายังนครดูไบในแต่ละปี
บริษัท Emaar ผู้บริหารตึกเบิร์จคาลิฟา เปิดเผยว่า โครงการ “Project it 2026” มีเป้าหมายเพื่อเฉลิมฉลองพลังแห่งนวัตกรรม ศิลปะ และจิตวิญญาณอันมีชีวิตชีวาของนครดูไบ ผ่านการแสดงภาพและเสียงสุดตระการตาบนพื้นผิวอาคารสูง 828 เมตร

สำหรับผู้สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 23.59 น. ตามเวลาท้องถิ่นของนครดูไบ โดยส่งผลงานผ่านอีเมล opencall@emaar.ae
ทั้งนี้ ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องเป็นวิดีโอความยาว 3 นาที ในรูปแบบไฟล์ MP4 สำหรับตัวอย่าง และไฟล์ MOV ความละเอียดสูงสำหรับการฉายจริง พร้อมแนบไฟล์เสียงแยกต่างหาก รวมถึงคำอธิบายแนวคิดและเรื่องราวเบื้องหลังการออกแบบ ความยาวไม่เกิน 300 คำ
อย่างไรก็ตาม ผู้จัดประกาศเงื่อนไขสำคัญอย่างชัดเจนว่า ผลงานทุกชิ้นต้องเป็นผลงานต้นฉบับ ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ และ “ห้ามใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้างผลงานโดยเด็ดขาด” หากตรวจพบจะถูกตัดสิทธิ์ทันที
เกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากความคิดสร้างสรรค์ ความแปลกใหม่ ความเป็นไปได้ทางเทคนิค และความสอดคล้องกับค่านิยมทางวัฒนธรรมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
แม้การประกวดครั้งนี้จะไม่มีรางวัลเป็นเงินสด แต่รางวัลที่ผู้ชนะจะได้รับถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของนักสร้างสรรค์ นั่นคือการได้เห็นผลงานของตนเองถูกฉายบนตึกเบิร์จคาลิฟา ท่ามกลางสายตาของผู้คนจากทั่วโลก และถูกจารึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แลนด์มาร์กแห่งนครดูไบ

สำหรับผลงานชนะเลิศเมื่อปี 2025 คือ “From Al Wasl to Dar Al Hai” หรือ “จากอัลวาสล์ถึงดาร์อัลไฮ” ผลงานของ ดาเบีย อัลกูไบซี (Dhabia Alqubaisi) ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวมรดกทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณอันมีชีวิตชีวาของนครดูไบได้อย่างงดงาม จนสร้างความประทับใจแก่ผู้ชมทั่วโลก
ทั้งนี้ เบิร์จคาลิฟา ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของนครดูไบและเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 828 เมตร จำนวน 163 ชั้น ภายในประกอบด้วยโรงแรมหรู พื้นที่สำนักงาน ที่พักอาศัย และจุดชมวิวระดับโลก ขณะที่การแสดงแสงสีเสียงบนตัวอาคารแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโชว์ที่ยิ่งใหญ่และล้ำสมัยที่สุดของโลก ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีภาพ แสง สี เสียง และการเล่าเรื่องเชิงศิลปะ จนเปลี่ยนตึกระฟ้าทั้งหลังให้กลายเป็นเวทีแห่งจินตนาการที่พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า
และนี่อาจเป็นโอกาสครั้งสำคัญของนักสร้างสรรค์ชาวไทย ที่จะนำผลงานและอัตลักษณ์ทางศิลปะของประเทศไทยไปเปล่งประกายบนตึกที่สูงที่สุดในโลก สร้างชื่อเสียงสู่สายตานานาชาติอย่างภาคภูมิ
เครดิต : เรื่องโดย ชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล กงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ / ภาพถ่าย บังอร เสวิกุล และเว็บไซต์ Emaar
