คืนครูสู่ห้องเรียน”พริษฐ์”ลั่นในวันครูชี้พิธีกรรม–งานเอกสารคือโซ่ตรวนการศึกษาไทย

เมื่อวันที่ 16 มกราคม บรรยากาศวันครูแห่งชาติปีนี้ไม่ใช่เพียงการมอบดอกไม้หรือคำขอบคุณ หากแต่กลายเป็นเวทีสะท้อนเสียงครู เมื่อ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ พร้อมกลุ่มผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนในปีกการศึกษาลงพื้นที่บริเวณใกล้เคียงคุรุสภา จัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นครู พร้อมรณรงค์นโยบายปฏิรูปการศึกษา

นายพริษฐ์ระบุว่า พรรคประชาชนมองว่า “ปัญหาครู” คือหัวใจของปัญหาการศึกษาไทย และการสนับสนุนครูอย่างจริงจังต้องยึด 3 หลักการสำคัญ ได้แก่ คืนเวลาให้ครู พัฒนาทักษะอย่างตรงจุด และสร้างความก้าวหน้าทางอาชีพที่ผูกกับการพัฒนาผู้เรียน

หลักการแรกคือ การคืนเวลาให้ครู เพื่อคืนครูสู่ห้องเรียนอย่างแท้จริง โดยต้องลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็นงานธุรการ โครงการ พิธีกรรม หรือกิจกรรมที่เพิ่มภาระให้ครู แต่ไม่ได้สร้างประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง

นายพริษฐ์ชี้ว่า โครงการใดไม่ก่อผลกับผู้เรียนควรถูกลดหรือยกเลิก ส่วนกิจกรรมที่ยังมีคุณค่า ควรถูกออกแบบเป็น “เมนู” เปิดโอกาสให้ครูและโรงเรียนตัดสินใจเองว่าจะทำหรือไม่ โดยยึดบริบทของแต่ละพื้นที่เป็นหลัก พร้อมเสนอเพิ่มงบประมาณจ้างเจ้าหน้าที่ธุรการมาช่วยแบ่งเบาภาระครู และผลักดันการแก้กฎหมาย–ระเบียบ เพื่อรองรับลายเซ็นดิจิทัลและเอกสารราชการแบบดิจิทัล ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและล่าช้า

หลักการที่สองคือ การพัฒนาทักษะครูอย่างตรงจุด พริษฐ์ระบุว่า หากการศึกษาไทยจะเดินไปสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ครูก็ต้องได้รับการพัฒนาให้สอดรับกับบทบาทใหม่ จาก “ครูหน้าห้อง” ที่เน้นถ่ายทอดเนื้อหา ไปสู่ “ครูหลังห้อง” ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ สนับสนุน และดูแลพัฒนาการของผู้เรียนรายบุคคล ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลาย

ทั้งนี้ พรรคประชาชนจึงเสนอให้กระจายงบอบรมที่ปัจจุบันกระจุกตัวอยู่ส่วนกลาง ลงสู่ครูและโรงเรียนโดยตรง เปิดโอกาสให้เลือกพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์ห้องเรียนและชุมชนของตนเอง มากกว่าการอบรมแบบเหมารวมจากส่วนกลาง

ส่วนหลักการสุดท้ายคือ ความก้าวหน้าทางอาชีพที่สอดคล้องกับพัฒนาการของผู้เรียน พริษฐ์กล่าวว่า ครูที่สามารถพัฒนาผู้เรียนได้ดีขึ้น ควรได้รับความก้าวหน้าในอาชีพมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งต้องมาจากการออกแบบระบบประเมินใหม่ ให้เชื่อมโยงกับคุณภาพการสอนและผลลัพธ์ของผู้เรียนอย่างแท้จริง แนวคิดดังกล่าวรวมถึงการสร้างวงจรพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน และการประเมินแบบ 360 องศา เปิดให้นักเรียนมีส่วนร่วมประเมินครู ขณะเดียวกัน ครูก็สามารถประเมินผู้บริหารสถานศึกษาได้

“การศึกษาจะมีความหมายก็ต่อเมื่อครูมีเวลาอยู่กับนักเรียน และการศึกษาจะมีความสุขก็ต่อเมื่อเด็กสนุกกับการเรียนรู้ และครูมีความสุขกับการทำงาน” นายพริษฐ์กล่าว