
ภาพลักษณ์คณะสงฆ์จังหวัดนครปฐมสั่นสะเทือนอีกระลอก หลังประชาชนร้องเรียนพฤติกรรมพระสงฆ์สูงวัยรายหนึ่ง ขับรถยนต์ส่วนตัวมาจอดบริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งจังหวัดนครปฐม ติดกับตลาดปฐมมงคล ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ก่อนออกเดินบิณฑบาตเป็นประจำ สร้างคำถามถึงความเหมาะสมและสถานะทางสงฆ์
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องร้องเรียนถูกส่งตรงถึง วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กฎหมายเพื่อคณะสงฆ์ (ศูนย์ปกป้องคุ้มครองคณะสงฆ์) โดยมี พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส เป็นผู้รับเรื่องและสั่งตรวจสอบทันทีหลังเสร็จสิ้นกิจวัตรทำวัตรเช้า

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน
จากคลิปวิดีโอที่ชาวบ้านส่งมา พบชายแต่งกายเป็นพระสงฆ์ขับรถยนต์เก๋งโตโยต้า อัลติส สีดำ ทะเบียน กท 6025 ปทุมธานี มาจอดก่อนออกบิณฑบาต เมื่อทีมพระวินยาธิการลงพื้นที่ตรวจสอบ ชาวบ้านชี้ตัวรถคันดังกล่าวชัดเจน และนิมนต์ตัวมาสอบถามข้อเท็จจริงที่วัด
การตรวจสอบพบว่า พระรูปดังกล่าวไม่มีใบสุทธิ หรือเอกสารแสดงสถานะทางสงฆ์ ทราบชื่อต่อมาคือ “พระบรรจบ” อายุ 72 ปี บวชมาแล้ว 6 ปี และเคยขอจำวัดที่วัดไผ่ล้อมเมื่อ 2 ปีก่อน แต่ถูกเชิญออกเนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมและไม่ปฏิบัติตามกฎการปกครองคณะสงฆ์

เมื่อประสานไปยังเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครปฐมที่เจ้าตัวอ้างว่า อาศัยอยู่ ได้รับการยืนยันว่าเพียงให้อาศัยพักพิง แต่ไม่ได้รับเข้าสังกัด และสั่งห้ามประกอบกิจของสงฆ์ การขับรถออกมาบิณฑบาตจึงถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง หลวงพี่น้ำฝนจึงประสานส่งตัวให้ พระครูทักษิณานุกิจ ทำการสอบสวน ลงบันทึก และดำเนินการให้สึกโดยทันที เพื่อปกป้องภาพลักษณ์คณะสงฆ์ในพื้นที่
“เมื่อมีการร้องเรียน อาตมาต้องดำเนินการทันที ไม่ปล่อยให้สังคมคลางแคลงใจ การประพฤติของสงฆ์ต้องอยู่ในกรอบวินัย เพื่อไม่ให้ศรัทธาญาติโยมเสื่อมถอย” หลวงพี่น้ำฝนกล่าวหนักแน่น

ภายหลังการสึก ชายวัย 72 ปี ในชื่อ “นายบรรจบ อยู่สงฆ์” ได้ขับรถยนต์ส่วนตัวออกจากวัด สีหน้าเคร่งเครียดและไม่พอใจกับผลการตัดสิน ขณะที่ทางวัดไผ่ล้อมประสานเครือข่ายคณะสงฆ์ในพื้นที่เฝ้าระวัง หากพบกลับมาสวมจีวรหรือกระทำการเข้าข่ายพระปลอม จะดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาทันที
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงเป็นบทเรียนส่วนบุคคล แต่ยังตอกย้ำความจำเป็นของการกำกับดูแลวินัยสงฆ์อย่างเข้มงวด เพื่อรักษาศรัทธาของประชาชนและป้องกันไม่ให้ผ้าเหลืองต้องมัวหมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ภาพ/ข่าว : กิตติพงษ์ จันทร์ละมูล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครปฐม


