
เมื่อเย็นวานนี้ (15 ธ.ค.) กองทัพบกเปิดเผยความคืบหน้าปฏิบัติการตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา หลังทหารราบที่ 17 พัน 2 (ร.17 พัน 2) สามารถยึดคืนพื้นที่ยุทธศาสตร์บริเวณ “เนิน 500” ได้สำเร็จ พร้อมตรวจยึดอาวุธสงครามสัญชาติจีนจากฝ่ายทหารกัมพูชาได้เป็นจำนวนมาก
จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบอาวุธและยุทโธปกรณ์หลายรายการ อาทิ กระบอกบรรจุลูกระเบิดยิงขนาด 82 มิลลิเมตร (82mm Type 65 projected-grenade) ซึ่งเป็นลูกระเบิดที่ใช้งานร่วมกับเครื่องยิงลูกระเบิดไร้แรงสะท้อนแบบ Type 65 และ Type 65-1 ของจีน รวมถึงกระสุนและยุทโธปกรณ์ชนิดต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังพบเครื่องยิงจรวดต่อต้านรถถังแบบพกพา ไม่นำวิถี รุ่น Norinco PF-89 หรือ Type 89 ขนาด 80 มิลลิเมตร ความยาวประมาณ 900 มิลลิเมตร ผลิตโดยบริษัทนอริงโก้ ประเทศจีน อาวุธชนิดนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องยิงจรวดต่อต้านรถถังและต่อต้านบังเกอร์ (Anti-tank & Anti-bunker) มีระยะยิงหวังผลประมาณ 200 เมตร และระยะยิงสูงสุดราว 400 เมตร
สำหรับ PF-89 เป็นอาวุธประจำกายของทหารราบที่ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเพียงประมาณ 3.7 กิโลกรัม สามารถพกพาและใช้งานได้สะดวก ใช้งานในลักษณะ “ยิงแล้วทิ้ง” แบบนัดเดียว (Single-shot, disposable launch tube)

รายงานระบุว่า จรวดต่อต้านรถถัง PF-89 ได้รับการพัฒนาหลายรุ่นย่อย เพื่อรองรับภารกิจและเป้าหมายที่แตกต่างกัน โดยรุ่นพื้นฐานอย่าง PF-89 และ PF-89A ใช้หัวรบแบบ HEAT (High-Explosive Anti-Tank) สำหรับเจาะเกราะยานพาหนะเบาถึงปานกลาง
ขณะที่รุ่น PF-89B ถูกออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับรถถังสมัยใหม่ที่ติดตั้งเกราะปฏิกิริยาแรงระเบิด (ERA) ด้วยหัวรบแบบ Tandem Shaped-Charge ซึ่งจะทำลายเกราะ ERA ก่อน แล้วจึงใช้หัวรบหลักเจาะเกราะตัวรถ

นอกจากนี้ ยังมีรุ่น WPF-89-1 และ WPF-89-2 ที่ติดตั้งหัวรบแบบ Thermobaric สำหรับทำลายกำลังพลหรือเป้าหมายในอาคารและพื้นที่ปิด โดยสร้างแรงระเบิดและแรงดันสูงในวงกว้าง มีอานุภาพทำลายล้างสูง
ทั้งนี้ ก่อนหน้าปฏิบัติการดังกล่าวเพียง 1 วัน หน่วยทหารไทยชุดเดียวกันได้เข้ายึดระบบขีปนาวุธต่อต้านรถถังนำวิถียุคที่ 5 รุ่น GAM-102LR สัญชาติจีน จากทหารกัมพูชาได้แล้ว ซึ่งสะท้อนถึงระดับความรุนแรงและการใช้อาวุธหนักในพื้นที่ชายแดนที่ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง
