พอแล้วการเมืองหน้าเดิม”ปิยบุตร”ลั่นชุมแพท้าเลือกตั้งถล่มทลายทวงรัฐบาลประชาชน

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ขึ้นปราศรัยในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ณ สวนสุขภาพโสกน้ำใส อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก

นายปิยบุตรเปิดเวทีด้วยการย้อนเส้นทางการเมืองของกลุ่มตนเองที่ “ถูกยุบพรรคมาแล้วสองครั้ง ถูกตัดสิทธิ์มาหลายคน เลือกตั้งได้ที่หนึ่งแต่ไม่ได้เป็นรัฐบาล” ก่อนย้ำชัดว่าไม่เคยท้อถอย เพราะเชื่อว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง และประเทศไทยไปได้ไกลกว่านี้

จากนั้นนายปิยบุตรชี้ว่า การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ มีความหมายโดยตรงต่อชีวิตของประชาชน พร้อมหยิบนโยบายที่ “กระทบชีวิตคนชุมแพโดยตรง” ขึ้นมานำเสนอ

เริ่มจาก เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่ปัจจุบันได้เพียง 600 บาทต่อเดือน ซึ่ง “ไม่มีทางพอ” พรรคประชาชนจึงเสนอเพิ่มเป็น 1,000 บาททันที และทยอยปรับจนถึง 1,500 บาท ภายในปี 2573

ต่อด้วย ปัญหาหนี้เกษตรกร ที่ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องทำงานใช้หนี้จนวัยชรา ปิยบุตรตั้งคำถามว่า “ประเทศอะไรกันที่ปล่อยให้คนอายุ 70–80 ปี ยังต้องใช้หนี้ดอกเบี้ย” พร้อมเสนอยกเลิกหนี้เกษตรกรอายุ 70 ปีขึ้นไปที่ชำระเกินเงินต้นแล้ว และปรับโครงสร้างหนี้รายอื่น ลดภาระลงครึ่งหนึ่ง

ด้าน ที่ดินทำกิน พรรคประชาชนเสนอเปลี่ยนเอกสารสิทธิ์ทุกประเภทให้เป็นโฉนด เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุน และถ่ายทอดให้ลูกหลานได้อย่างมั่นคง

ขณะที่ภาคค้าขายรายย่อย นายปิยบุตรหยิบนโยบาย “หวยใบเสร็จ” มากระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยผู้ซื้อทุก 500 บาท และร้านค้าที่มียอดขายทุก 5,000 บาท จะได้ลุ้นรางวัล เพื่อดึงร้านค้ารายย่อยเข้าสู่ระบบ และแข่งขันกับทุนใหญ่ ส่วนปัญหา อ้อยเผา ที่รัฐมักสั่งห้ามโดยไม่ช่วยเหลือ ปิยบุตรวิจารณ์ว่าเป็นนโยบายแบบ “คุณพ่อรู้ดี” พร้อมเสนอมาตรการคูปองสนับสนุนเกษตรกรที่ไม่เผา และจัดหาเครื่องจักรตัดอ้อยทดแทน

“ถ้าไม่อยากให้เขาเผา ต้องมีเงิน มีคูปอง มีเครื่องจักร ไม่ใช่แค่สั่งห้ามแล้วปล่อยให้เดือดร้อน” นายปิยบุตรกล่าว

ช่วงท้าย นายปิยบุตรหันมาวิพากษ์พรรคการเมืองใหญ่ที่เคยเป็นรัฐบาล พร้อมตั้งคำถามตรงไปตรงมา “คุณเคยมีอำนาจแล้ว คุณทำอะไรอยู่ ปี 62 เป็นรัฐบาล ปี 66 ก็เป็นรัฐบาล ทำไมวันนี้เพิ่งมาพูด?”

นายปิยบุตรย้ำว่าความแตกต่างของพรรคประชาชน คือเป็นพรรคเดียวที่ยังไม่เคยมีอำนาจบริหารประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ชาวชุมแพ “ลองเปลี่ยน” เลือก นายอภิชัย ชาตะมีนา หรือ ‘เฮียโอ๋’ เป็น สส. เพื่อยกมือเลือกนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี การต่อสู้ตลอดหลายปีเต็มไปด้วยคดีความและแรงกดดัน แต่หนทางเดียวคือ “เลือกให้ถล่มทลาย” พร้อมตั้งเป้าการเลือกตั้งครั้งนี้ สส. เกิน 250 เสียง และคะแนนเสียงทั่วประเทศเกิน 20 ล้านเสียง