มติครม.ปรับใหม่โยก “ชูศักดิ์ รู้ยิ่ง” นั่งผู้ว่าฯตากแทนกาฬสินธุ์

โฆษกรัฐบาล เผย ครม.แต่งตั้งจัดเต็มอีกระลอกใหญ่ ปรับ “ชูศักดิ์” นั่งผู้ว่าตาก ตั้ง “นรินทร์” ผู้ว่ากฟผ. อนุมัติ 4 เลขานายกฯ และข้าราชการเมืองเพียบ

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง ประจำวันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2568 ดังนี้

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ(กระทรวงการคลัง)
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้ง นายบุญชอบ วิเศษปรีชา ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง รองอธิบดีกรมธนารักษ์ ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านการบริหารเหรียญกษาปณ์และทรัพย์สินมีค่า (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ และรองนายกรัฐมนตรี (นายเอกนิติ
นิติทัณฑ์ประภาศ) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
ทท 10 เรื่อง การแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ เป็นหลักการมอบหมายให้รัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตามความในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ตามลำดับ ดังนี้
1. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ)
2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์)
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ การแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องนับจากวันที่ 3 ตุลาคม 2568
ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า) ได้พิจารณาเห็นชอบด้วยแล้ว โดยมีคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 (คงเดิม) ดังนี้
1. รองนายกรัฐมนตรีประธานกรรมการ
กำกับการบริหารราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารองประธานกรรมการ
3. ปลัดกระทรวงการคลังกรรมการ
4. อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งหรือผู้แทนกรรมการ
5. อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดีหรือผู้แทนกรรมการ
6. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกรรมการ
7. ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยกรรมการและเลขาธิการ
หน้าที่และอำนาจ (คงเดิม)
1. วางนโยบาย อำนวยการเกี่ยวกับการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13
2. จัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ให้บรรลุเป้าหมายด้วยดี เป็นไปตามกฎธรรมนูญ
สหพันธ์ และเป็นผลดีที่สุดแก่ประเทศชาติ
3. ประสานงาน ปฏิบัติการและดูแลทั่วไปเกี่ยวกับการเตรียมงานทั้งปวง และคณะกรรมการฝ่าย ต่าง ๆ
4. จัดสรรและบริหารงบประมาณที่ใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 เพื่อให้
เกิดประโยชน์สูงสุด
5. ติดต่อประสานงาน ตลอดจนการขอรับการสนับสนุนในการเตรียมงานและจัดการแข่งขัน
จากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานเอกชน
6. รายงานการดำเนินงานให้แก่คณะรัฐมนตรีทราบเป็นระยะ ๆ และจัดทำรายงานเสนอเมื่อเสร็จสิ้น
การแข่งขัน
7. เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ประธานกรรมการ
จัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายได้ตามความจำเป็นเหมาะสม รวมทั้งกำกับดูแลและควบคุมการดำเนินงานของคณะกรรมการฝ่าย คณะกรรมการสาขา
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง รวม 9 คน เนื่องจากประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมได้ดำรงตำแหน่งครบวาระสามปี ดังนี้
1. นายนพดล เฮงเจริญประธานกรรมการ
2. นายกฤษฎา บุณยสมิตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
3. นายชาญชัย แสวงศักดิ์กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
4. นายต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
5. นายนันทวัฒน์ บรมานันท์กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
6. นายนิพนธ์ ฮะกีมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
7. นายประสงค์ วินัยแพทย์กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
8. นายสุรพล นิติไกรพจน์กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
9. นายฤทัย หงส์สิริกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป และรองนายกรัฐมนตรี (นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ) ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว

เรื่อง การแต่งตั้งประธานกรรมการในคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เสนอให้คณะกรรมการองค์การเภสัชกรรมมีจำนวนกรรมการเกินกว่าสิบเอ็ดคนแต่ไม่เกินสิบห้าคน (นับรวมประธานกรรมการ กรรมการอื่นที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง และผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง) ตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์การเภสัชกรรม พ.ศ. 2509 และมาตรา 6 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และแต่งตั้ง นายพงศธร พอกเพิ่มดี (ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข) เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม แทน นายโอภาส การย์กวินพงศ์ (ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข) ประธานกรรมการเดิมที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขอลาออก
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป และผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเข้าแทนนี้ย่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายโสภณ ซารัมย์) ได้พิจารณาเห็นชอบด้วยแล้ว

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง
(กระทรวงการต่างประเทศ)
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 6 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างและสับเปลี่ยนหมุนเวียน ดังนี้
1. นายพลพงศ์ วังแพน ตำแหน่ง อธิบดีกรมอาเซียน ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
2. นางจิราพร จิรำไพกูล ตำแหน่ง เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน
3. นายพิษณุ โสภณ ตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
4. นายธนพ ปัญญาพัฒนากุล ตำแหน่ง ผู้ช่วยปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
5. นายณัฐพงศ์ สิทธิชัย ตำแหน่ง อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
6. นางสาวปฤณัต อภิรัตน์ ตำแหน่ง กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตาสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป ซึ่งการแต่งตั้งข้าราชการให้ไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำต่างประเทศในลำดับที่ 1 – 2 ได้รับความเห็นชอบจากประเทศผู้รับแล้ว

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง
(กระทรวงแรงงาน)
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เสนอแต่งตั้งข้าราชการ
พลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงแรงงาน ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ดังนี้
1. นางสาวบุปผา เรืองสุด เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
2. นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป และรองนายกรัฐมนตรี (นายโสภณ ซารัมย์) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

เรื่อง ขอยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี กรณีการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญเฉพาะราย (นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง) และแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง กระทรวงมหาดไทย
คณะรัฐมนตรีมีมติตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอ ดังนี้
1. ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 กรณีการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญเฉพาะราย (นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง)
2. อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง กระทรวงมหาดไทย จำนวน 1 ราย ตามมาตรา 57 (2) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กฎ ก.พ. ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหารในหรือต่างกระทรวงหรือกรม พ.ศ. 2567 ให้ นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสกลนคร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดตาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาครม.มีมติย้ายนายชูศักดิ์จากผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์แล้ว รวมกับบิ๊กมหาดไทย 45 ตำแหน่ง แต่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ในการประชุมครั้งนี้จึงมีการปรับใหม่ให้นายชูศักดิ์มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตากแทน ส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ จะมีการแต่งตั้งอีกครั้งหนึ่งร่วมกับผู้ว่าฯใหม่และผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยที่ยังว่างอยู่ 20 ตำแหน่ง คาดว่าจะเข้าครม.อีกครั้งในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม

ขณะเดียวกัน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงหมาดไทยได้ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมให้สุวรรณธณ์ เข็มธนเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธิ์รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ไปก่อนจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง