
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บรรยากาศการเมืองกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อ นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักวิชาการอิสระ เข้ายื่นคำร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง และประธาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้พิจารณาส่งเรื่องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยยุบพรรคประชาชน พร้อมขอให้ดำเนินคดีอาญากับ น.ส.พรรณิการ์ วานิช และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้บริหารพรรคจำนวน 14 คน
นายทันกวินท์ ระบุว่า คำร้องครั้งนี้มี 3 ประเด็นหลัก โดยประเด็นแรก คือ ขอให้ยุบพรรคประชาชนจากกรณีความเกี่ยวข้องกับบริษัท “สเปคเตอร์ซี” ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสื่อ และตั้งอยู่ภายในอาคารที่พรรคเช่าใช้เป็นที่ทำการ าอ้างถึงเอกสารที่พรรคประชาชนชี้แจงต่อ กกต. ว่าได้เช่าสำนักงานในอาคารดังกล่าวเดือนละ 200,000 บาท พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากพรรคเป็นผู้เช่าพื้นที่ทั้งหมด และยินยอมให้มีการดำเนินธุรกิจในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นบริษัทผลิตสื่อ หรือกิจการ “โซลบาร์” ที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจเข้าข่ายการดำเนินกิจการเพื่อแสวงหากำไร อันขัดต่อหลักการของพรรคการเมืองตามกฎหมาย
นายทันกวินท์ ยังอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ น.ส.พรรณิการ์ ที่ระบุว่าสามารถเข้าใช้พื้นที่ตั้งแต่ชั้น 1–6 และมีอำนาจสั่งการเปิด–ปิดระบบต่าง ๆ ภายในอาคารได้ พร้อมตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองกับบริษัทเอกชนดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังหยิบยกข้อมูลทางการเงินของบริษัทที่ระบุว่าขาดทุนในปี 2566 ซึ่งเป็นปีเลือกตั้ง มาเป็นข้อสังเกตว่า หากมีการใช้เงินกองทุนพรรคหรือเงินที่เกี่ยวข้องกับภาษีประชาชนไปสนับสนุนกิจการเอกชน อาจเข้าข่ายการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมือง
ประเด็นที่สอง คือบทบาทของ น.ส.พรรณิการ์ ซึ่งถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง ทำให้ไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ แต่ยังปรากฏบทบาทเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของพรรค นายทันกวินท์ตั้งคำถามว่า เข้าข่ายการสั่งการ ครอบงำ หรือชี้นำพรรคหรือไม่ และหากไม่ใช่ เหตุใดพรรคจึงไม่มีผู้ใดออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจน ส่วน ประเด็นที่สาม คือกรณีผู้บริหารพรรคจำนวน 14 คน รวมถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 ราย ที่ถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือถือครองธุรกิจในบริษัทสเปคเตอร์ซี ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสื่อ โดยเห็นว่าอาจเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง จึงขอให้ตรวจสอบและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลเหล่านั้น
เมื่อถูกถามถึงพยานหลักฐานเพิ่มเติม นายทันกวินท์ ยืนยันว่า ได้รวบรวมทั้งภาพข่าว คลิปวิดีโอ ลิงก์คำสัมภาษณ์ เอกสารบริษัท ข้อมูลการไต่สวนข้อเท็จจริง และข้อมูลการจ่ายเงินประกันสังคม ส่งให้เลขาธิการนายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบแล้ว โดยเห็นว่าเอกสารบางส่วนอาจสะท้อนความสัมพันธ์ด้านการจ้างงานระหว่างพรรคการเมืองกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าว
นายทันกวินท์ย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามกระบวนการกฎหมาย มิใช่การทำ “นิติสงคราม” และเห็นว่าทุกฝ่ายควรเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ต้องติดตามท่าทีของพรรคประชาชน และการพิจารณาของ กกต. ว่าจะมีคำสั่งหรือความเห็นอย่างไรต่อคำร้องดังกล่าว ซึ่งอาจกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของสมรภูมิการเมืองไทยในระยะต่อไป