
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ติดตามโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากชาวประมงที่กำลังเผชิญปัญหาต้นทุนพุ่ง ทั้งราคาน้ำมันและอาหารปลา ขณะที่ทรัพยากรสัตว์น้ำธรรมชาติในหลายพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

คณะได้ลงพื้นที่บริเวณวัดชัยสิทธาราม ต.กระแชง อ.สามโคก และวัดมะขาม ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี โดยมี นายศุภชัย นพขำ สส.ปทุมธานี เขต 2 พรรคเพื่อไทย นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมหน่วยงานในพื้นที่ ผู้นำชุมชน และกลุ่มชาวประมงท้องถิ่นให้การต้อนรับ

การลงพื้นที่ครั้งนี้เปิดเวทีให้กลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสะท้อนปัญหาโดยตรง ทั้งกลุ่มประมงคลองบ้านพร้าว กลุ่มเฝ้าระวังการประมงวัดโบสถ์ กลุ่มผู้ทำการประมงคลองวัดแจ้ง เครือข่ายประมงชุมชนวัดหงษ์ปทุมมาวาส รวมถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากัดและปลาดุก ซึ่งต่างได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงต่อเนื่อง
นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ยังร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ประกอบด้วย ปลาตะเพียนขาว 200,000 ตัว ปลาอีกง 20,000 ตัว และปลาตะเพียนทองอีก 5,000 ตัว เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ และสร้างแหล่งอาหารให้ชุมชนสามารถจับสัตว์น้ำบริโภคและสร้างรายได้เสริมได้ในอนาคต

นายวัชระพล กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการให้ชาวประมงได้สะท้อนปัญหากับหน่วยงานรัฐโดยตรง เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและตรงจุด พร้อมยอมรับว่า ปัจจุบันทรัพยากรสัตว์น้ำในธรรมชาติลดลงอย่างน่าเป็นห่วง จำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูอย่างจริงจัง
“วันนี้เรานำพันธุ์สัตว์น้ำมาปล่อยเพื่อเติมทรัพยากรธรรมชาติกลับคืนสู่แหล่งน้ำ ให้ประชาชนสามารถจับไปบริโภค ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน หากเหลือก็สามารถนำไปขายสร้างรายได้ และหากต้องการต่อยอด กรมประมงยังมีการอบรมด้านการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างอาชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง” นายวัชระพลกล่าว

พร้อมระบุว่า ปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงกำลังส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบและอาหารสัตว์น้ำ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะเร่งนำข้อมูลที่ได้รับจากพื้นที่ไปหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป
ด้านนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง ภายใต้งบประมาณปี 2569 กว่า 20.1 ล้านบาท ครอบคลุมองค์กรชุมชนประมง 201 องค์กร ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อยกระดับอาชีพประมงและบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

สำหรับ จังหวัดปทุมธานี มีองค์กรชุมชนประมงน้ำจืดเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566-2569 จำนวน 4 องค์กร โดยเน้นกิจกรรมสร้างเขตอนุรักษ์สัตว์น้ำ สร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ สนับสนุนกองทุนเครื่องมือประมง ปรับเปลี่ยนเครื่องมือทำประมง และสนับสนุนอุปกรณ์ซ่อมแซมเรือประมง เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดภาระต้นทุนของชาวประมงในพื้นที่
อธิบดีกรมประมงย้ำว่า นอกจากการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำแล้ว กรมประมงยังเร่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประมงถูกกฎหมาย การแปรรูปสัตว์น้ำ และการตลาด เพื่อเพิ่มรายได้ให้ชุมชนอย่างครบวงจร และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนประมงท้องถิ่นสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ข่าว/ภาพ : พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา ผู้สื่อข่าวจังหวัดปทุมธานี


