
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกโรงโต้กระแสวิพากษ์จากสื่อต่างประเทศที่แสดงความเห็นเชิงลบต่อเศรษฐกิจไทย จนถึงขั้นขนานนามประเทศไทยว่าเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” (Sick Man of Asia) โดยระบุว่าคำกล่าวดังกล่าวสะท้อนอคติที่มีต่อประเทศไทยมากกว่าข้อเท็จจริง
นายอนุทินย้ำว่า ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในสภาพอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมชี้ว่าหากประเทศมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ก็จะสามารถขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยืนยันว่าไทยมีศักดิ์ศรี มีอธิปไตยทางนโยบาย และ “เป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครมาสั่งการหรือชี้นำได้”
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผู้ที่มองประเทศไทยเป็น “คนป่วย” อาจลืมไปว่า ในห้วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญความวุ่นวายในหลายภูมิภาค ประเทศไทยกลับยืนอยู่บนจุดแข็งสำคัญ โดยเฉพาะการเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน ซึ่งยังคงเป็นภูมิภาคที่มีความมั่นคงและมีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจสูง
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้เปรียบด้าน ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) จากการตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เป็นประเทศยุทธศาสตร์ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน
“ในสภาวะที่โลกเต็มไปด้วยการแข่งขัน คู่แข่งรายอื่นย่อมพยายามด้อยค่าประเทศไทย เพื่อให้ตนเองได้เปรียบ แต่ประเทศไทยจะไม่ใช้วิธีแบบนั้นตอบโต้ เพราะพื้นฐานคนไทยรักสงบ ไม่รุกรานใคร อย่างไรก็ตาม หากมีใครรุกรานเรา เราก็พร้อมตอบโต้ให้เข็ดหลาบ” นายอนุทินกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลชุดใหม่ และเป็น Mandate ที่ประชาชนมอบให้พรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงาน โดยรัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันนโยบายเพื่อสร้างความมั่นคง ยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสเรียกร้องจากภาคเอกชนให้มีการดึงบุคคลที่มีความเป็นมืออาชีพเข้ามาร่วมทำงานในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพิ่มเติม นอกเหนือจาก 3 รายชื่อที่เคยทำงานมาก่อนหน้านี้ นายอนุทินระบุว่า ตนมีรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมอยู่ในใจแล้ว โดยจะคัดเลือกเฉพาะผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ และสามารถ “เข้ามาแล้วทำงานได้เลย” เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งภาคเอกชนและประชาชน
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า แม้ในช่วงที่รัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการ ก็ไม่ได้อยู่เฉยหรือรอเพียงพิธีเปิดงานต่างๆ แต่ได้วางรากฐานเชิงนโยบายและโครงสร้างสำคัญไว้แล้ว เพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่สามารถเข้ามาสานต่อและทำงานได้อย่างเต็มกำลังทันที
พร้อมกันนี้ นายอนุทินยังให้คำมั่นว่า สูตรรัฐบาลใหม่จะต้องไม่มีพรรคการเมืองหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตหรือธุรกิจสีเทา เพื่อสร้างความโปร่งใส เสถียรภาพ และความน่าเชื่อถือในการบริหารราชการแผ่นดินในระยะยาว