
ที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ภาพฝูง “ปลาปีกแดง” รวมตัวแน่นทวนกระแสน้ำขึ้นสู่แหล่งวางไข่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ปลากอง” ไม่เพียงเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่งดงาม หากยังเป็นสัญญาณชีพของลุ่มน้ำแม่น้ำน่าน ว่าทรัพยากรสัตว์น้ำพื้นถิ่นยังคงมีลมหายใจ

การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ เพื่อติดตามสถานการณ์ภายใต้โครงการของ กรมประมง ที่บูรณาการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

รองอธิบดีกรมประมง ระบุว่า ช่วง “ปลากอง” คือหัวใจของวงจรชีวิตปลาพื้นถิ่น หากขาดการดูแลที่รอบคอบ การจับเกินกำลังหรือทำลายแหล่งวางไข่เพียงฤดูกาลเดียว อาจกระทบความสมบูรณ์ของลุ่มน้ำไปอีกหลายปี
จึงได้กำหนดแนวทางดูแลฐานทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างเข้มข้น 6 มาตรการหลัก ได้แก่
- ดึงชุมชนเป็นแกนกลาง ส่งเสริมการเพาะพันธุ์-ปล่อยสัตว์น้ำ และกำหนดกติกาชุมชน เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า
- คุมเครื่องมือประมง ป้องกันการจับเกินขนาด คงสมดุลประชากรสัตว์น้ำระยะยาว
- ฟื้นฟูระบบนิเวศแหล่งน้ำ ดูแลแม่น้ำ ลำคลอง คุ้มครองแม่ปลา-ไข่ปลา และอนุรักษ์แหล่งวางไข่ให้สมบูรณ์
- ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยไม่กระทบสิ่งแวดล้อม
- ต่อยอดมูลค่าด้วยท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เปิดพื้นที่เรียนรู้วิถีประมงพื้นบ้าน สร้างรายได้ควบคู่การอนุรักษ์
- บังคับใช้กฎหมายจริงจัง ปราบปรามการกระทำผิดด้านการประมงอย่างต่อเนื่อง

หลังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ คณะได้เดินทางเยี่ยมชม ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นต้นแบบการพัฒนาอาชีพตามแนวพระราชดำริ มุ่งสร้างอาชีพที่สอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่และภูมิสังคม พร้อมหารือทบทวนแผนงาน โครงการ และงบประมาณ ช่วงปีงบประมาณ 2569–2570 เพื่อปรับพื้นที่เป้าหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง

การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดน่าน ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดน่าน หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนสิริกิติ์ รวมถึงประมงอำเภอในพื้นที่ร่วมบูรณาการทำงานอย่างใกล้ชิด
ท่ามกลางเสียงน้ำไหลเชี่ยวของลุ่มน้ำน่าน ภารกิจครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการติดตาม “ปลากอง” หากคือการปกป้องต้นธารของชีวิต รักษาความหวังของชุมชน และยืนยันว่า การพัฒนากับการอนุรักษ์สามารถเดินไปพร้อมกันได้ หากทุกฝ่ายร่วมมืออย่างจริงจังและต่อเนื่อง



