
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเดินสายพบผู้นำประเทศในกลุ่มอาเซียนของ 3 นายกรัฐมนตรีจากตระกูลชินวัตร ได้แก่ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่าจะมีนัยทางการเมืองหรือไม่ว่า เรื่องดังกล่าวประชาชนเป็นผู้ตัดสินได้ดีที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็นอดีตนักการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในปัจจุบัน หากการเดินทางไปเจรจาหรือหารือกับต่างประเทศสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปัจจุบันต้องใช้อำนาจและบทบาทหน้าที่อย่างกระฉับกระเฉง รวดเร็ว และสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างทันท่วงที
สำหรับ ประเด็นการหารือกับประเทศมาเลเซียเรื่องการส่งออกกุ้งนั้น นายณัฐพงษ์มองว่า รัฐบาลอาจมีการดำเนินการล่าช้าเกินไป โดยก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชนได้สะท้อนปัญหาดังกล่าวมาแล้ว พร้อมเตือนว่าหากไม่เร่งแก้ไข เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งอาจได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากกุ้งสามารถตายยกบ่อได้ภายในระยะเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์
“คนที่มีตำแหน่งหน้าที่โดยตรงควรมีแอ็กชั่นที่รวดเร็วกว่านี้ เพื่อหาทางออกให้กับเกษตรกรที่กำลังได้รับความเดือดร้อน” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวที่นายทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางไปพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเกี่ยวกับปัญหากุ้ง ก่อนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางไปนั้น ถือเป็นการแทรกแซงการทำงานของรัฐบาลหรือไม่
ผู้นำฝ่ายค้าน ระบุว่า ไม่สามารถตอบแทนได้ว่ามีการพูดคุยเรื่องใดบ้าง แต่เชื่อว่าประชาชนต้องการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ไม่ว่าใครจะเป็นผู้เข้าไปเจรจาก็ตาม หากสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้จริงย่อมเป็นเรื่องที่ดี หน้าที่ของฝ่ายค้านคือการเรียกร้องให้ผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่โดยตรงทำงานเชิงรุกมากกว่านี้
นายณัฐพงษ์ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการมาตอบกระทู้ถามสดในสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะมีภารกิจจำนวนมาก แต่ทุกฝ่ายทราบดีว่าการตอบกระทู้ถามสดมีขึ้นเป็นประจำทุกวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นหน้าที่พื้นฐานของนายกรัฐมนตรีที่จะต้องจัดสรรเวลาและแสดงความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร การมาตอบกระทู้สดในสภาฯ เป็นหน้าที่พื้นฐานของคนเป็นนายกรัฐมนตรีที่ต้องทำ
ส่วนการเคลื่อนไหวของครอบครัวชินวัตรจะส่งผลสะเทือนต่อรัฐบาลหรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าประชาชนได้รับประโยชน์จากการเคลื่อนไหวเหล่านั้นหรือไม่ หากประชาชนได้ประโยชน์ก็ไม่มีอะไรเสียหาย แต่ในฐานะฝ่ายค้าน หากจะตั้งคำถามทางการเมือง ก็จะมุ่งไปที่การทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเป็นสำคัญ
