สัญญาณดี! สสส.เปิดสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุปี 68 ลดลงถึง 11 %

นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 256 กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานการจัดการความปลอดภัยและปัจจัยเสี่ยงทางสังคม ซึ่งเป็นการทำงาน สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม พบว่า ในภาพรวมผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนลดลงจาก 17,477 คน ในปี 2567 เหลือ 15,534 คน ในปี 2568 หรือคิดเป็น 11% โดยกลุ่มเสี่ยงหลักยังเป็นเด็กและเยาวชน อายุ 15-24 ปี

ทั้งนี้ เสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์สูงสุด 81.1% ไม่สวมหมวกนิรภัย 79.3% ส่วนใหญ่เกิดเหตุในพื้นที่ใกล้บ้าน ระยะทางไม่เกิน 5 กิโลเมตร สอดคล้องกับสถิติในช่วงเทศกาลปีใหม่ (วันที่ 30 ธ.ค. 2568 – 5 ม.ค. 2569) อุบัติเหตุรวม 1,511 ครั้ง บาดเจ็บ 1,464 คน และเสียชีวิต 272 คน ซึ่งลดลง 10.2% ดังนั้น สสส. จึงนำข้อมูลมาถอดบทเรียนใช้ข้อมูลเป็นฐาน เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนนครอบคลุมทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ ชุมชน นอกจากนี้ยังเฝ้าระวังเรื่องการพนันในสังคมไทยซึ่งเป็นอีกปัจจัยเสี่ยง หลังพบ ปี 2566 คนไทย 34.5 ล้านคน เล่นการพนัน เป็นเด็กและเยาวชน 4.9 ล้านคน ส่งผลให้เกิดปัญหนี้สิน ความเครียด เสียสุขภาพจิต และทะเลาะกับคนในครอบครัว นำไปสู่ปัญหาคุณภาพชีวิต

“เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด สสส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสร้างภูมิคุ้มกันเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุ การพนัน และยาเสพติด ตั้งแต่เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในชนบท เพราะส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับตายาย ควรบรรจุในหลักสูตรระบบการศึกษาของไทย เพิ่มชุดการเรียนรู้ที่เข้าถึงทุกพื้นที่ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตของเยาวชนให้ดีขึ้น และให้กำลังใจ สสส. ที่สร้างความเชื่อมั่นใช้ทฤษฎีที่มีอยู่ มาแก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จได้จริง นอกจากนี้ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยสแกนพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งต้องเฝ้าระวังทุกวันไม่ใช่เพียงช่วงเทศกาลเท่านั้น” นายโสภณ กล่าว

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ในปี 2569 เน้นสร้างความปลอดภัยทางถนนร่วมกับภาคีเครือข่าย ผ่านมาตรการ 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย ลดพฤติกรรมดื่มแล้วขับในชุมชน 2. ใช้ AI ในการบังคับใช้กฎหมาย และติดตามเฝ้าระวังความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น ติดตามการสวมหมวกนิรภัยผ่านระบบ CCTV 3. ส่งเสริมนโยบายและมาตรการควบคุมความเร็วให้เหมาะสมในเขตชุมชน หน้าโรงเรียน โรงพยาบาล และตลาด

4. ส่งเสริมให้มีนโยบายจัดการความปลอดภัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน เช่น รถรับส่งนักเรียน และ 5. ส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนนในเด็กปฐมวัย ประถมศึกษา ผ่านสื่อการเรียนรู้ เช่น นิทาน เกม สื่อออนไลน์ เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการใช้ถนนอย่างปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไม่เกิน 12 คนต่อประชากรแสนคน ภายในปี 2573