‘อย่าเพิ่งจ่าย อย่าเพิ่งรับ อย่าเพิ่งแกะ’ เมื่อพัสดุที่ไม่ได้สั่งกลายเป็นกับดักหน้าบ้าน

ศูนย์ AOC 1441 เตือนภัยกลโกงแก๊งส่งพัสดุเก็บเงินปลายทางที่ไม่ได้สั่งระบาดหนัก ฉวยโอกาสช่วงแคมเปญลดราคาใหญ่หลอกเหยื่อจ่ายเงิน ย้ำหากไม่แน่ใจให้ปฏิเสธทันที

หลายคนคงเคยเจอเคสของพนักงานส่งพัสดุยืนถือกล่องใบหนึ่ง บอกว่ามีของมาส่งและต้องชำระเงินปลายทาง ซึ่งยอดไม่สูงนัก คนในบ้านที่เพิ่งสั่งของออนไลน์ไปหลายรายการในช่วงนี้ก็อาจคิดว่าคงเป็นของที่รออยู่ จึงควักเงินจ่ายไปโดยไม่ทันถามอะไร เพียงไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อแกะกล่องออกมา กลับพบสินค้าที่ไม่เคยสั่ง คุณภาพต่ำ ราคาถูก และไม่ตรงกับที่ใครคาดหวังไว้เลย ฉากเล็กๆ ฉากนี้คือรูปแบบของมิจฉาชีพที่ศูนย์ AOC 1441 ออกมาเตือนให้ประชาชนระวัง นั่นคือแก๊งส่งพัสดุที่เจ้าของบ้านไม่ได้สั่ง แต่เรียกเก็บเงินปลายทางถึงหน้าประตู

เหตุที่กลโกงนี้น่าสนใจ ก็เพราะมันไม่ได้อาศัยเทคโนโลยีล้ำสมัยหรือการแฮกระบบใดๆ หากแต่อาศัยพฤติกรรมที่คนไทยคุ้นเคยและไว้วางใจ การซื้อของแบบเก็บเงินปลายทางได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ เพราะผู้ซื้อรู้สึกปลอดภัยที่ได้เห็นของก่อนจ่ายเงิน มิจฉาชีพจึงหยิบเอาความรู้สึกวางใจนั้นมาใช้เป็นช่องทางโจมตี โดยจัดส่งพัสดุที่ผู้รับไม่ได้สั่งซื้อไปยังที่อยู่จริง แล้วเรียกเก็บเงินในรูปแบบ COD หรือ Cash on Delivery ผู้รับจำนวนไม่น้อยหลงเชื่อและชำระเงินไปก่อนที่จะได้ตรวจสอบว่าสิ่งที่อยู่ในมือคืออะไร

ในอีกรูปแบบหนึ่ง มิจฉาชีพอาจส่งของมาจริง แต่เป็นของที่ไม่ตรงปก คือไม่ตรงกับที่โฆษณาหรืออ้างไว้ ผลลัพธ์ปลายทางจึงไม่ต่างกัน นั่นคือเงินของเหยื่อหายไปโดยไม่ได้อะไรที่คุ้มค่ากลับมา หากมองให้ลึกลงไป กลโกงนี้ถูกออกแบบมาอย่างมีชั้นเชิงในทุกรายละเอียด โดยศูนย์ AOC 1441 ชี้ให้เห็นลักษณะที่พบบ่อยของพัสดุประเภทนี้ไว้ 4 รูปแบบด้วยกันคือ

รูปแบบแรก มักเป็นกล่องพัสดุมากกว่าถุงหรือซอง เพราะกล่องปิดมิดชิดและทำให้ตรวจสอบสิ่งของภายในได้ยากกว่า
รูปแบบที่สอง น้ำหนักมักเบา เนื่องจากมิจฉาชีพต้องการประหยัดค่าขนส่ง ซึ่งสะท้อนว่าต้นทุนต่อชิ้นต้องต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
รูปแบบที่สาม ยอดเรียกเก็บมักไม่สูง ส่วนใหญ่อยู่ราว 200 ถึง 500 บาท เป็นช่วงราคาที่ไม่แพงพอจะทำให้ใครเอะใจ แต่เมื่อส่งออกไปเป็นจำนวนมาก เงินก้อนเล็กๆ เหล่านั้นก็รวมเป็นก้อนใหญ่ได้
และรูปแบบสุดท้าย มักระบาดหนักหลังช่วงแคมเปญลดราคาครั้งใหญ่ เช่น 10.10 หรือ 11.11 เพราะในช่วงนั้นผู้คนสั่งของพร้อมกันจำนวนมาก จนแทบจำไม่ได้ว่าสั่งอะไรไปบ้าง ความสับสนนี้เองคือวิธีที่มิจฉาชีพชื่นชอบที่สุด

และนี่คือเหตุผลที่คำเตือนจาก AOC 1441 ควรถูกอ่านและส่งต่อก่อนที่ฤดูกาลช้อปปิ้งจะมาถึง ไม่ใช่หลังจากที่เหยื่อรายแรกๆ เสียเงินไปแล้ว ช่วงแคมเปญ 10.10 ก็อยู่ใกล้เพียงไม่กี่วันข้างหน้า และตามมาด้วย 11.11 ในอีกไม่นาน นั่นหมายความว่าช่วงเวลาที่ครัวเรือนไทยจะมีพัสดุมาส่งถี่ที่สุด ก็คือช่วงเดียวกับที่กลโกงนี้มีโอกาสแทรกตัวเข้ามาได้ง่ายที่สุด ผู้รับที่คาดหวังว่าจะมีของมาส่งอยู่แล้วหลายชิ้น ย่อมมีแนวโน้มจะรับพัสดุโดยไม่สงสัย แล้วเราจะป้องกันตัวเองอย่างไร คำแนะนำของ AOC 1441 เรียบง่ายอย่างน่าประหลาดใจ

  1. หากมั่นใจว่าตนเองไม่ได้สั่งสินค้า ให้ปฏิเสธการรับพัสดุทันที ไม่ต้องเกรงใจและไม่ต้องลังเล
  2. ก่อนชำระเงินทุกครั้ง ให้ตรวจสอบกับคนในบ้านเสียก่อนว่ามีใครสั่งสินค้าหรือไม่ เพราะบางครั้งของที่ดูเหมือนไม่มีที่มา อาจเป็นของที่สมาชิกอีกคนในครอบครัวสั่งไว้โดยไม่ได้บอก
  3. จดบันทึกรายการสั่งซื้อและหมายเลขพัสดุเอาไว้ เพื่อใช้เทียบเมื่อมีของมาส่ง วิธีนี้ช่วยให้เรามีข้อมูลยืนยันได้ในไม่กี่วินาทีว่าพัสดุตรงหน้าเป็นของจริงหรือไม่
  4. ระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เพราะที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ที่หลุดรั่วออกไป อาจกลายเป็นวัตถุดิบให้มิจฉาชีพนำไปใช้ส่งพัสดุหลอกลวงมาถึงบ้านเราได้

ที่น่าสังเกตคือ มาตรการทั้งสี่ข้อล้วนอยู่ในมือของผู้บริโภคเองทั้งสิ้น ไม่ต้องอาศัยแอปพลิเคชันพิเศษ ไม่ต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิค มีเพียงสิ่งเดียวที่ต้องใช้ คือการหยุดคิดสักครู่ก่อนยื่นเงิน และนี่คือหัวใจของคำเตือนทั้งหมด

เพราะกลโกงลักษณะนี้ทำงานได้ผลก็ต่อเมื่อเหยื่อรีบตัดสินใจ ความเร่งรีบหน้าประตูบ้าน ท่ามกลางพนักงานส่งของที่ยืนรออยู่ คือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อมิจฉาชีพมากที่สุด การถามคนในบ้านหนึ่งประโยค หรือการเปิดบันทึกคำสั่งซื้อดูหนึ่งครั้ง จึงเป็นเกราะป้องกันที่เล็กแต่ได้ผล อย่างไรก็ตาม ไม่มีมาตรการป้องกันใดสมบูรณ์แบบ ในกรณีที่เผลอรับพัสดุหรือชำระเงินไปแล้ว สิ่งที่ควรทำคือรักษาหลักฐานให้ครบถ้วน ทั้งภาพถ่ายกล่องพัสดุ ชื่อผู้ส่ง หมายเลขพัสดุ และหลักฐานการชำระเงิน และหากรับสินค้าไปแล้ว ก็ควรถ่ายคลิปวิดีโอขณะแกะกล่องไว้ด้วย เพราะภาพต่อเนื่องจากการเปิดกล่องคือหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าสิ่งที่อยู่ข้างในคืออะไร จากนั้นให้ติดต่อผู้ขายเพื่อขอคืนเงินหรือสอบถามข้อเท็จจริง

หรือหากตกเป็นผู้เสียหายแล้ว สามารถโทรไปที่เบอร์สายด่วน AOC 1441 เพื่อขอคำแนะนำและประสานงานระงับบัญชีที่เกี่ยวข้องให้เร็วที่สุด ความเร็วในการแจ้งมีความสำคัญ เพราะยิ่งดำเนินการได้เร็ว โอกาสที่จะตามเงินกลับหรือสกัดบัญชีปลายทางก็ยิ่งมีมากขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องของพัสดุเก็บเงินปลายทางที่ไม่ได้สั่ง อาจดูเป็นเพียงอาชญากรรมขนาดเล็กเมื่อเทียบกับขบวนการหลอกลวงข้ามชาติที่เป็นข่าวใหญ่ แต่ความเล็กนั้นเองคือจุดแข็งของมัน เพราะมันซ่อนตัวอยู่ในชีวิตประจำวัน ในรูปแบบของสิ่งที่เราคุ้นเคยที่สุดอย่างการรับของหน้าบ้าน ในยุคที่การซื้อขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ภัยจากมิจฉาชีพก็พัฒนารูปแบบไปพร้อมกัน ข้อความที่ AOC 1441 ฝากไว้จึงสั้นและจำง่ายที่สุด หากไม่แน่ใจว่าเป็นของที่สั่งจริงหรือไม่ อย่ารีบจ่าย อย่ารีบรับ และอย่ารีบแกะ เพราะความรอบคอบเพียงไม่กี่นาที อาจช่วยให้เราพ้นจากกับดักที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ได้