กรมศาสนาฯ เร่งกู้ศาสนสถาน 675 แห่ง เจอทั้งชำรุดหนัก-ภัยพิบัติถล่ม

กรมการศาสนาอัดงบสมทบบูรณะศาสนสถานปี 2569 รวม 675 แห่งทั่วประเทศ ทั้งพื้นที่ชำรุดตามกาลเวลาและพื้นที่ประสบอุทกภัย 10 จังหวัด

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้สนับสนุนงบประมาณสมทบเพื่อบูรณะซ่อมแซมศาสนสถานทั่วประเทศ ทั้งกรณีชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลาและได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ รวมทั้งสิ้น 675 แห่ง เพื่อให้กลับมามีความมั่นคง ปลอดภัย และพร้อมสำหรับการประกอบศาสนกิจของประชาชน

สำหรับการสนับสนุนใน กรณีปกติ ครอบคลุมพื้นที่ 60 จังหวัด รวม 508 แห่ง แบ่งเป็นศาสนสถานของศาสนาอิสลาม 408 แห่ง ศาสนาคริสต์ 99 แห่ง และศาสนาพราหมณ์-ฮินดู 1 แห่ง โดยมุ่งซ่อมแซมอาคารและสถานที่ที่ชำรุดเสื่อมสภาพจนกระทบต่อการใช้งาน

ขณะที่ กรณีประสบภัย กรมการศาสนาได้สนับสนุนงบประมาณใน 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ นราธิวาส ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล นนทบุรี และเชียงราย รวม 167 แห่ง แบ่งเป็นศาสนสถานอิสลาม 163 แห่ง และศาสนาคริสต์ 4 แห่ง หลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจนต้องเร่งบูรณะให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย

นายชัยพล กล่าวว่า ภารกิจของกรมการศาสนาครอบคลุมการทำนุบำรุง ส่งเสริม และอุปถัมภ์ศาสนาที่ทางราชการรับรอง ได้แก่ ศาสนาอิสลาม คริสต์ พราหมณ์-ฮินดู และซิกข์ ส่วนศาสนสถานของศาสนาพุทธอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ทั้งนี้ การสนับสนุนเงินบูรณะศาสนสถานแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ กรณีได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยพิบัติอื่น และกรณีชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา โดยรัฐจะจัดสรรงบประมาณในลักษณะ เงินสมทบร่วมกับศาสนิกชน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาศาสนสถานอย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องรื้อสร้างใหม่ทั้งหมด

อธิบดีกรมการศาสนา ระบุด้วยว่า เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการซ่อมอาคารให้กลับมาใช้งานได้เท่านั้น แต่ต้องการผลักดันให้ศาสนสถานเป็นทั้งพื้นที่ประกอบศาสนกิจ ศูนย์กลางการเรียนรู้หลักธรรม พื้นที่บ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรม และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน

“ศาสนสถานต้องมีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย เพื่อให้ศาสนิกชนสามารถใช้ประกอบศาสนกิจได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยงคนในชุมชน และเป็นพลังสำคัญในการสร้างความสงบสุขและความเข้มแข็งให้สังคมไทยอย่างยั่งยืน” นายชัยพล กล่าว