ครม.ต่อชีวิตโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เร่งปั้นคนตรงงาน 8 หมื่นราย

ครม.ไฟเขียวขยายโครงการ “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” ถึงปี 2574 ใช้งบคงเหลือ 3,100 ล้านบาท ตั้งเป้าปั้นกำลังคน 81,600 คน รับ 10 อุตสาหกรรมอนาคต ทั้งชิป AI และ EV

เมื่อวันที่ 15 กันยายน ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติขยายระยะเวลาและปรับแผนดำเนินงาน “โครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง เพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิตตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย” จากกรอบเดิมปี 2561–2569 ออกไปจนถึงปี 2574 ตามข้อเสนอของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

การขยายโครงการครั้งนี้จะใช้ งบประมาณคงเหลือเดิม 3,100 ล้านบาท ภายใต้กรอบวงเงิน 13,086.38 ล้านบาท ที่ ครม.อนุมัติไว้ตั้งแต่ปี 2561 โดยในช่วงปี 2570–2574 ตั้งเป้าผลิตและพัฒนากำลังคนอีก 81,600 คน ป้อน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและสาขายุทธศาสตร์ของประเทศ โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV การแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง รวมถึงผู้ประกอบการ SMEs

จุดเปลี่ยนสำคัญของแผนระยะใหม่ คือการผลักดันแนวคิด “Skills-First Degree Later” หรือ “ทักษะมาก่อน ปริญญาตามหลัง” เน้นหลักสูตรระยะสั้นแบบ Non-Degree ใช้เวลาเรียนประมาณ 3–4 เดือน หรือ 9 หน่วยกิต เพื่อเร่ง Reskill, Upskill และสร้าง New Skill ให้แรงงานทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด

ผู้เรียนยังสามารถสะสมหน่วยกิตเพื่อนำไปเทียบโอนต่อยอดสู่ปริญญาในอนาคตได้ ขณะเดียวกันหลักสูตรต้องเปิดโอกาสให้เรียนรู้และปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ ไม่น้อยกว่า 50% เพื่อแก้ปัญหาผลิตคนไม่ตรงกับความต้องการของนายจ้าง

รัฐบาลตั้งเป้าผลิตกำลังคนผ่านหลักสูตรประกาศนียบัตรจำนวน 80,000 คน และหลักสูตรระดับปริญญาอีก 1,600 คน รวม 81,600 คน ภายในปี 2574

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า ผลการดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2561–2568 สามารถผลิตและพัฒนากำลังคนได้แล้วกว่า 90,035 คน โดยผู้สำเร็จการศึกษามีอัตราได้งานทำภายใน 1 ปีมากกว่า 80% และมีเงินเดือนเริ่มต้นสูงกว่าผู้จบจากหลักสูตรปกติ

รัฐบาลจึงคาดหวังว่าการต่ออายุโครงการอีก 5 ปี จะเป็นอีกแรงสำคัญในการแก้โจทย์ “คนเรียนไม่ตรงงาน-งานขาดคนทักษะสูง” พร้อมยกระดับกำลังแรงงานไทยให้ทันเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และเปิดทางให้ประชาชนเรียนรู้และพัฒนาทักษะได้ตลอดชีวิต