ครูเอกชนติดเพดานรักษา 1.5 แสน ‘สกลธี’ ชงเลือกประกันสังคม–บัตรทอง

สส.พรรคประชาธิปัตย์ จี้แก้ความเหลื่อมล้ำสิทธิรักษาครูเอกชน ห่วงมะเร็ง–ฟอกไต–ผ่าตัดใหญ่มีค่าใช้จ่ายเกินวงเงิน ย้ำคนสร้างอนาคตชาติควรได้รับหลักประกันสุขภาพไม่ด้อยกว่าคนไทยทั่วไป

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หารือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอส่งข้อเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เร่งแก้ปัญหาสิทธิรักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชน หลังพบข้อจำกัดด้านวงเงินและการเปลี่ยนระบบสิทธิ ห่วงผู้เจ็บป่วยร้ายแรงต้องนำเงินเก็บมารับภาระค่ารักษาส่วนเกิน

นายสกลธีระบุว่า ประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพสำคัญ 3 ระบบ ได้แก่ สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง และระบบประกันสังคม แต่ครูโรงเรียนเอกชนราว 200,000 คน ตามข้อมูลที่ตนหยิบยก กลับมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบัตรทองและประกันสังคม เนื่องจากต้องใช้สิทธิผ่านกองทุนสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550

ปัญหาสำคัญคือ กองทุนสงเคราะห์ฯ กำหนดวงเงินค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 150,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งอาจไม่เพียงพอเมื่อเจ็บป่วยร้ายแรงหรือต้องรักษาต่อเนื่อง เช่น โรคมะเร็ง การฟอกไต หรือการผ่าตัดใหญ่ ทำให้ครูต้องรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนที่เกินสิทธิด้วยตนเอง กระทบทั้งเงินออมและความมั่นคงของครอบครัว

นายสกลธียังตั้งข้อสังเกตว่า ครูเอกชนที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้สิทธิบัตรทองหรือประกันสังคมต้องเผชิญข้อจำกัดด้านสถานะการทำงาน โดยระบุว่า ต้องลาออกจากการเป็นครูจึงจะเปลี่ยนไปใช้สิทธิอื่นได้ จึงเห็นว่าเป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้การเข้าถึงการรักษาต้องแลกกับการออกจากวิชาชีพ

ขณะเดียวกัน ภายในโรงเรียนเอกชนแห่งเดียวกัน บุคลากรบางตำแหน่ง เช่น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงานทำความสะอาด และเจ้าหน้าที่อื่น สามารถอยู่ในระบบประกันสังคมและรับบริการตามสิทธิประโยชน์ของระบบได้ ต่างจากครูที่อยู่ภายใต้กองทุนสงเคราะห์ฯ ซึ่งมีเพดานวงเงินรายปีดังกล่าว

นายสกลธีเห็นว่า ความแตกต่างนี้สะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านหลักประกันสุขภาพของผู้ทำงานในสถานศึกษาเดียวกัน และเป็นภาระที่ครูเอกชนต้องเผชิญมาอย่างยาวนาน จึงเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเร่งผลักดันแนวทางแก้ไข 2 ประการ

ประการแรก เปิดทางให้ครูเอกชนเลือกเข้าประกันสังคมโดยสมัครใจ ผ่านการแก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคมหรือพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถเลือกส่งเงินสมทบและรับสิทธิประโยชน์จากระบบประกันสังคมได้ โดยไม่ต้องลาออกจากอาชีพครูเพื่อเปลี่ยนระบบสิทธิรักษาพยาบาล

ประการที่สอง เปิดสิทธิบัตรทองสำหรับครูที่ไม่เข้าประกันสังคม โดยให้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเข้ามาดูแลการรักษาตามชุดสิทธิประโยชน์ ลดข้อจำกัดจากเพดานค่ารักษารายปีของกองทุนสงเคราะห์ฯ และลดความเสี่ยงที่ครูต้องแบกรับค่าใช้จ่ายสูงเมื่อเจ็บป่วยรุนแรง

นายสกลธีย้ำว่า การแก้ปัญหาต้องอาศัยการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบอย่างจริงจัง พร้อมขอให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งดำเนินการ เพราะครูโรงเรียนเอกชนเป็นประชาชนไทยที่ทำหน้าที่ให้ความรู้และสร้างอนาคตแก่เยาวชน จึงควรได้รับสิทธิรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานอย่างเป็นธรรมและไม่ด้อยกว่าคนไทยทั่วไป