
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานประชุมหารือมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย กรณีการไลฟ์สดลักษณะอนาจาร โดยมีผู้บริหารจาก ETDA ตำรวจไซเบอร์ บก.ปอท. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ที่กระทรวงดีอี
นายไชยชนก ระบุว่า กระทรวงดีอีไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเนื้อหาผิดกฎหมายถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็ว และมีผู้เข้าถึงจำนวนมหาศาลหลายครั้งติดต่อกัน จึงต้องเร่งยกระดับมาตรการควบคุมแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างจริงจัง

เบื้องต้น กระทรวงดีอี และ ETDA ได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งต่อให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560
นอกจากนี้ ยังเตรียม “ยกเครื่องกติกาใหม่” คุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะการบังคับให้แพลตฟอร์มต้องปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมาย “ทันทีหรือเร็วที่สุด” จากเดิมที่กฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง หลังได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียน

รมว.ดีอี ย้ำว่า ในยุคที่ AI และอัลกอริทึมสามารถผลักดันคอนเทนต์ให้กระจายอย่างรวดเร็ว มาตรการเดิมอาจไม่ทันต่อสถานการณ์อีกต่อไป พร้อมเตือนว่า หากแพลตฟอร์มปล่อยให้มีการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมายโดยไม่เร่งแก้ไข อาจเข้าข่าย “มีส่วนร่วมกระทำผิด” และต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
ประเด็นดังกล่าว เตรียมถูกบรรจุเพิ่มเติมในร่าง พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ หรือกฎหมายบัญชีม้า เพื่อขยายความรับผิดชอบไปยังแพลตฟอร์มดิจิทัล ไม่ใช่เฉพาะคดีสแกมเหมือนที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ETDA ได้ประสานให้ META ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมส่งหลักฐานการดำเนินงานมาตรวจสอบ โดยกระทรวงดีอียังเตรียมหารือกับผู้บริหารระดับสูงของ META เพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกในการจัดการคอนเทนต์ผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์ม

อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือกรณี “การกดไลก์-คอมเมนต์” ในระหว่างมีการเผยแพร่คลิปผิดกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันยังไม่ถือว่ามีความผิด เพราะไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่โดยตรง แต่กระทรวงดีอีเตรียมศึกษาแนวทางทางกฎหมายเพิ่มเติม เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวอาจส่งผลให้อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มดันเนื้อหาให้กลายเป็นไวรัลและขยายวงกว้างมากขึ้น
“การกดไลก์หรือแสดงความคิดเห็น แม้จะไม่ได้โพสต์เอง แต่ถือเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเผยแพร่ในทางอ้อม จึงอยากเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง” นายไชยชนก กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงดีอียืนยันว่าจะติดตามการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งออกหลักเกณฑ์ใหม่ควบคุมแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงเดินหน้าปราบปรามเฟกนิวส์และคอนเทนต์ผิดกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัลของประชาชนต่อไป
