
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งเด็ดขาดให้เร่งกวาดล้างขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่แฝงตัวในระบบทะเบียนราษฎร โดยมอบหมายให้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการ กรมการปกครอง สนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคงและปราบปรามทุจริต เปิดปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” ในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), ผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ช., กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงาน ป.ป.ท. รวม 5 หน่วยงานหลัก

จากการสืบสวนเชิงลึกของชุดข่าวและทะเบียน พบเส้นทางการทุจริตเชื่อมโยงจากอำเภอเวียงแหง มายังอำเภอเชียงดาว ตรวจพบพฤติการณ์ร้ายแรง ตั้งแต่การย้ายทะเบียนบ้านโดยมิชอบ การจัดทำบัตรประชาชนครั้งแรกอย่างผิดกฎหมาย การใช้เอกสารเท็จ การปลอมพยานรับรอง ไปจนถึงการ สวมสิทธิบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลต่างด้าวหลายสัญชาติ ชัดเจนแล้วอย่างน้อย 9 ราย
ผลปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ได้ 5 ราย ล้วนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่เทศบาล และผู้เกี่ยวข้อง พร้อมเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 แห่ง ตรวจยึดเอกสารราชการจำนวนมาก เงินสด อาวุธปืน และหลักฐานทุจริตด้านทะเบียน

ที่น่าตกใจคือการพบ เอกสารคำขอจัดทำบัตรบุคคลไม่มีสัญชาติไทยกว่า 200 รายการ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบขยายผล โดยเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายข้ามชาติในวงกว้าง
นอกจากนี้ กรมการปกครองยังตรวจพบความผิดปกติในรายการทะเบียนและบัตรประชาชนของ สำนักทะเบียนอำเภอเชียงดาว รวมถึงสำนักทะเบียนท้องถิ่นในเขตเทศบาลตำบลเมืองนะ และเทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง ซึ่งมีลักษณะเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย

พฤติการณ์เข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิ การสวมตัวทำบัตรประชาชนให้เครือข่ายจีนเทา การฟอกแรงงานต่างด้าว และการคืนรายการบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย โดยกรมการปกครองได้ตรวจยึดเอกสารทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และเตรียมร้องทุกข์กล่าวโทษ ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด


