ปิดเกมวิกฤตน้ำชะอำ! ทส.อัด 300 ล้านเติมน้ำบาดาล 1.57 ล้านคิวต่อปี

ชะอำต้องไม่ขาดน้ำ! รมว.ทส. สั่งเร่งเจาะบ่อ–สร้างประปาบาดาล ดันระบบผลิตน้ำ 4,300 ลบ.ม.ต่อวัน แก้ปัญหาน้ำกินน้ำใช้และภาคเกษตรระยะยาว

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่โรงเรียนบ้านบ่อหลวง ตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งและปัญหาการขาดแคลนน้ำ พร้อมรับฟังข้อเสนอจากพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การวางแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

การลงพื้นที่ครั้งนี้มี นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี, นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพชรบุรี เขต 1, นายฤกษ์ อยู่ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพชรบุรี เขต 2 และจ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพชรบุรี เขต 3 พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภอชะอำ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

นายสุชาติกล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตระหนักถึงความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง เพราะ “น้ำ” ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงการอุปโภคบริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นทุนสำคัญของการทำมาหากิน ภาคเกษตร และเศรษฐกิจของประชาชน การแก้ปัญหาจึงต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง โดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับพื้นที่อำเภอชะอำ ขณะนี้มี 2 โครงการสำคัญในการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาล วงเงินรวม 300,786,000 บาท เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้กับประชาชนและภาคการเกษตร

โครงการแรก คือ โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ บริเวณบ้านหุบกะพง ตำบลเขาใหญ่ ใช้งบประมาณ 80,456,100 บาท รองรับการใช้น้ำของประชาชนไม่น้อยกว่า 1,130 ครัวเรือน และครอบคลุมพื้นที่การเกษตรมากกว่า 7,608 ไร่

ส่วนโครงการที่สอง คือ โครงการศึกษาสำรวจและประเมินศักยภาพ ออกแบบและพัฒนาระบบประปาบาดาลและระบบกระจายน้ำระยะไกล พื้นที่ตำบลห้วยทรายเหนือ วงเงิน 220,329,900 บาท ซึ่งมีศักยภาพผลิตน้ำบาดาลได้สูงถึง 4,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือประมาณ 1.57 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

ระบบดังกล่าวจะครอบคลุมประชาชนใน ตำบลห้วยทรายเหนือ ตำบลสามพระยา และศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมกว่า 2,250 ครัวเรือน ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่จะช่วยเสริมความมั่นคงด้านน้ำให้พื้นที่ซึ่งเผชิญข้อจำกัดด้านแหล่งน้ำต้นทุนมาอย่างต่อเนื่อง

โอกาสนี้ รมว.ทส. ได้มอบนโยบายให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการดำเนินงาน ทั้งการเจาะบ่อและก่อสร้างระบบประปาบาดาลให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา พร้อมกำชับให้ควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรม เพื่อให้เม็ดเงินงบประมาณที่ลงไปสามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อน และทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยเร็วที่สุด

ด้าน นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า จังหวัดให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมาก เพราะน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานทั้งต่อการดำรงชีวิต การเกษตร เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอำเภอชะอำซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ มีความต้องการใช้น้ำในปริมาณสูง

ที่ผ่านมา จังหวัดได้ติดตามสถานการณ์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งมีข้อจำกัดด้านแหล่งน้ำต้นทุน อาทิ ตำบลห้วยทรายเหนือ ตำบลสามพระยา และพื้นที่โดยรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีระบุว่า การแก้ปัญหาน้ำในพื้นที่ชะอำจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวทาง “เพิ่มน้ำต้นทุน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งน้ำและกระจายน้ำ” โดยบูรณาการการทำงานระหว่างส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำ และโครงการชลประทาน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว รองรับทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ภาคเกษตร ตลอดจนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของชะอำ