มหาดไทยถกวางกติกาใหม่จ้างงาน”ผู้หนีภัยเมียนมา”เร่งทำ SOP ชัดทุกขั้นตอนลดภาระรัฐ

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่โรงแรมเอเชีย ถนนพญาไท กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทยจัดประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบูรณาการแนวปฏิบัติ (Standard Operating Procedures : SOPs) สำหรับการดำเนินการด้านการจ้างงานของผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

การประชุมครั้งนี้มี นายนายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน และหัวหน้าสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม โดยได้รับมอบหมายจาก นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

พร้อมกันนี้ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กรมการปกครอง และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) รวมถึงภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

นายภาสกร กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงานด้านการจ้างงานของผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาให้มีความชัดเจน เป็นเอกภาพ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในระดับพื้นที่ โดยจะต้องมีระบบขั้นตอนที่เข้าใจง่ายสำหรับทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน นายจ้าง ผู้ประกอบการ รวมถึงผู้หนีภัยเอง

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์แนวปฏิบัติให้ทุกฝ่ายรับทราบอย่างทั่วถึง เพื่อให้การจ้างงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความสับสนในขั้นตอน และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หนีภัยสามารถเข้าถึงการทำงานได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมการปกครอง กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันพิจารณาปรับปรุงมาตรฐานแนวปฏิบัติ หรือ SOPs โดยทำงานร่วมกับ UNHCR เพื่อให้แนวทางดังกล่าวมีความชัดเจนและสามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่

รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการปรับรูปแบบการช่วยเหลือผู้หนีภัยจากเดิมที่พึ่งพาการสนับสนุนจากต่างประเทศ มาเป็นการส่งเสริมให้ผู้หนีภัยสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ภายใต้หลักมนุษยธรรม

แนวทางนี้ยังช่วยลดภาระของภาครัฐในระยะยาว พร้อมทั้งยกระดับระบบการบริหารจัดการผู้หนีภัยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต