รมช.มหาดไทยสั่งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่ทวงสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเร่งล่าคนแอบอ้างชื่อชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นพ.ภาณุ พรวัฒนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและภารกิจของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายวิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

นายพลพีร์กล่าวย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคืนสิทธิ์ให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยได้มอบหมายให้กรมการปกครองเปิดที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศเป็น One Stop Service รับยื่นอุทธรณ์และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่

พร้อมยืนยันอย่างหนักแน่นว่า รัฐบาลจะไม่จำกัดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ หากผู้ยื่นอุทธรณ์มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง ไม่ว่าจะมีจำนวน 13 ล้านคน หรือ 15 ล้านคน ก็มีสิทธิ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งหมด

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยอีกว่า ปัจจุบันพบประชาชนจำนวนไม่น้อยถูกมิจฉาชีพนำชื่อไปแอบอ้างเป็นเจ้าของบริษัท หุ้นส่วนบริษัท เปิดบัญชีม้า หรือใช้ชื่อเป็นพนักงานบริษัทโดยเจ้าตัวไม่รู้ตัว จนส่งผลให้ถูกตัดสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรัฐบาลจึงเปิดช่องให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งเรื่องผ่านที่ว่าการอำเภอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด และช่วยทวงคืนสิทธิ์ให้ประชาชนอย่างเป็นธรรม

“ขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่เคาะประตูบ้านทุกหลัง เข้าไปช่วยประชาชนตรวจสอบสิทธิ์และอำนวยความสะดวกในการยื่นอุทธรณ์ เพราะยังมีผู้สูงอายุ คนพิการ และประชาชนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าชื่อตัวเองถูกนำไปแอบอ้างจนเสียสิทธิ์ เราต้องช่วยกันทวงสิทธิ์คืนให้ประชาชน และต้องขอโทษแทนภาครัฐที่หลายคนอาจไม่ได้รับสิทธิ์ตั้งแต่ต้นจากการถูกนำชื่อไปใช้โดยไม่รู้ตัว แต่วันนี้เรามุ่งมั่นที่จะค้นหาความจริงและคืนความเป็นธรรมให้กับทุกคน” นายพลพีร์กล่าว

นอกจากนี้ นายพลพีร์ยังกล่าวถึงนโยบายลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาลว่า ขณะนี้มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้วหลายด้าน โดยเฉพาะมาตรการลดค่าไฟฟ้า ทั้งการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรก หน่วยละ 3 บาท และการยกเลิกภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะที่ประชาชนต้องร่วมรับผิดชอบมายาวนานกว่า 30 ปี ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าของประชาชนลดลง

พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย กองทุนหมู่บ้านดอกเบี้ยคนละครึ่ง, โครงการ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าลดค่าใช้จ่ายประชาชน และ โครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยกำชับให้นายอำเภอขยายจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดจากที่ว่าการอำเภอไปยังเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าได้สะดวก ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

นายพลพีร์ยังเน้นย้ำว่า ทุกหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ต้องร่วมกันเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล เร่งประชาสัมพันธ์นโยบายและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าถึงอย่างทั่วถึง เพราะหากประชาชนไม่ทราบข้อมูล แม้นโยบายจะดีเพียงใดก็ไม่สามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างแท้จริง

“หน้าที่ของคนมหาดไทย คือ ทำให้ทุกนโยบายของรัฐเดินไปถึงมือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และทำให้เกิดความสำเร็จ เพื่อความภาคภูมิใจในการเป็นราชสีห์ที่อุทิศตนรับใช้พี่น้องประชาชนทุกคน” นายพลพีร์กล่าวในช่วงท้าย

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ ช่วงเช้า นายพลพีร์ได้ติดตามการดำเนินงานที่วิทยาลัยเทคนิคกันทรารมย์ อำเภอกันทรารมย์ ก่อนเดินทางต่อไปยังหอประชุมอำเภอราษีไศล เพื่อมอบนโยบายและติดตามการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายภูษิต น้อยโสภากุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายปริญญา เชื้อปรางค์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายเกนุชา บุญเกิด ผู้ตรวจราชการกรมที่ดิน นายพีรพงศ์ จันทรา ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ชรบ. อส. อปพร. สมาชิก OTOP และภาคีเครือข่ายกว่า 3,000 คน เข้าร่วมรับฟังนโยบายอย่างพร้อมเพรียง