
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขภัยออนไลน์ที่กำลังสร้างความเสียหายให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากเดินหน้าปราบปรามผู้กระทำผิดแล้ว รัฐบาลยังต้องการสร้าง “เกราะป้องกัน” ให้ประชาชนรู้เท่าทันภัย และเมื่อเกิดเหตุสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ปัจจุบันภัยออนไลน์มีสารพัดรูปแบบ ตั้งแต่หลอกโอนเงิน หลอกลงทุน ขโมยหรือทำข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล เว็บไซต์ปลอม เพจปลอม บัญชีปลอม ไปจนถึงปัญหาการซื้อขายสินค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์ ขณะที่ช่องทางรับแจ้งของภาครัฐกระจายอยู่ตามหลายหน่วยงาน จนประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญคำถามสำคัญว่า “โดนแบบนี้ต้องแจ้งที่ไหน?” บางรายไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะเริ่มต้นจากจุดใด หรือต้องเสียเวลาส่งเรื่องหลายช่องทาง
ล่าสุด สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลได้พัฒนาบริการ “แจ้งรัฐ” บนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ให้เป็นช่องทางกลางรับแจ้งปัญหาจากประชาชน โดยไม่ต้องค้นหาเองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด ขณะที่ปัจจุบันแอป “ทางรัฐ” มียอดดาวน์โหลดสะสมแล้ว 49,545,109 คน
นางสาวรัชดา กล่าวว่า วิธีใช้งานเพียงเข้าสู่เมนู “แจ้งรัฐ” เลือกประเภทปัญหา พร้อมระบุรายละเอียดว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น จากนั้นระบบจะเชื่อมต่อเรื่องไปยังช่องทางรับแจ้งของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อเข้าสู่กระบวนการดำเนินการต่อไป หัวใจสำคัญของ “แจ้งรัฐ” ไม่ใช่การยุบระบบรับแจ้งของทุกหน่วยงานมารวมเป็นระบบเดียว แต่เป็นการสร้าง “จุดเชื่อมต่อกลาง” ให้ประชาชนเข้าถึงหน่วยงานรัฐได้สะดวกขึ้น เปลี่ยนจากเดิมที่ประชาชนต้อง “รู้ก่อนว่าจะไปแจ้งที่ไหน” เป็น “บอกปัญหากับรัฐ แล้วให้รัฐช่วยจัดการต่อ”
ในระยะแรก ระบบได้เชื่อมโยงช่องทางรับแจ้งด้านภัยไซเบอร์และออนไลน์กับหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) สำหรับภัยคุกคามทางไซเบอร์ เช่น ไลน์ปลอม เว็บไซต์ปลอม การแอบอ้างหรือเลียนแบบบนโลกออนไลน์ และเฟซบุ๊กปลอม ส่วนสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) รองรับปัญหาการซื้อขายออนไลน์ เว็บไซต์หรือเพจผิดกฎหมาย และปัญหาจากแพลตฟอร์มดิจิทัล
ขณะที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ปัจจุบันรองรับการติดตามเรื่องและแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับคดีที่ประชาชนแจ้งความออนไลน์ไว้แล้ว และในระยะต่อไปจะพัฒนาให้รองรับการรับแจ้งปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ด้วย
นอกจากนี้ “แจ้งรัฐ” ยังขยายการเชื่อมโยงไปยังปัญหาด้านอื่น ทั้งการร้องเรียนบริการภาครัฐ การร้องทุกข์กรณีความรุนแรงต่อเด็กและความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาคนไร้ที่พึ่ง สาธารณภัยระดับ 3 ขึ้นไป ซึ่งเป็นภัยระดับชาติที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและต้องระดมทรัพยากรจากหลายหน่วยงาน รวมถึงเรื่องร้องเรียนในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นางสาวรัชดา กล่าวว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรีต้องการเห็นคือ ประชาชนสามารถขอความช่วยเหลือจากภาครัฐได้โดย ไม่ต้องคอยจำหมายเลขสายด่วน ขณะที่หน้าที่ของรัฐคือต้องทำให้เรื่องร้องเรียนไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด รัฐบาลยังเตรียมพัฒนาการเชื่อมโยงระบบรับแจ้งของหน่วยงานต่าง ๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการแก้ปัญหาจากจุดเริ่มต้นเดียว
ขณะเดียวกันข้อมูลจากระบบจะช่วยให้รัฐบาลมองเห็นภาพรวมว่า ประชาชนกำลังเผชิญปัญหาอะไร เกิดขึ้นในพื้นที่ใด บ่อยเพียงใด และปัญหาใดกำลังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้จัดลำดับความสำคัญ วางมาตรการแก้ไข ติดตามผล รวมถึงตรวจจับสัญญาณปัญหาที่อาจลุกลามเป็นวงกว้าง เพื่อให้ภาครัฐสามารถเข้าจัดการได้รวดเร็วก่อนความเสียหายขยายตัว
