
เปิดปฏิบัติการสกัดทุนต่างชาติซ่อนตัวหลัง “นอมินี” พาณิชย์-มหาดไทยตั้งทีมถาวร ตรวจไขว้ตั้งแต่บริษัทถึงโฉนด พร้อมไล่เอาผิดคนช่วยจัดตั้งบริษัทและเจ้าหน้าที่รัฐที่เอื้อประโยชน์
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น. ที่กระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมผู้บริหารจากทั้ง 2 กระทรวง ร่วมประชุมยกระดับมาตรการปราบปรามการใช้นอมินี โดยเฉพาะกรณีใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติในการประกอบธุรกิจ และการถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติ

ที่ประชุมกำหนดให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการปกครอง และกรมที่ดิน เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลร่วมกัน พร้อมอัปเดตข้อมูลทุกเดือน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบเส้นทางความเชื่อมโยงตั้งแต่การจดทะเบียนบริษัท การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น บุคคลที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการถือครองที่ดินได้อย่างเป็นระบบ
มาตรการสำคัญครั้งนี้จะไม่ตรวจเพียงโครงสร้างบริษัทในปัจจุบัน แต่จะ “สาวย้อนหลัง” ไปถึงข้อมูลก่อนการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น หลังพบว่าบริษัทบางแห่งเริ่มปรับโครงสร้าง เพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นคนไทย ภายหลังรัฐบาลเร่งปราบปรามนอมินี เพื่อให้เอกสารดูเป็นไปตามกฎหมายและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

นายพลพีร์ กล่าวว่า แม้บริษัทจะเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหลุดพ้นจากการตรวจสอบ เพราะเจ้าหน้าที่สามารถย้อนดูประวัติการเปลี่ยนแปลงได้ โดยได้ขอให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่งข้อมูลย้อนหลังของบริษัทในกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสาวกลับไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนมีการปรับโครงสร้าง
“ขออย่าให้คนไทยกังวล หลังจากพูดคุยกันวันนี้ เราได้ขอความร่วมมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ส่งข้อมูลการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นย้อนหลัง โดยเฉพาะบริษัทที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว” นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ ระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือการปกป้องผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้อง ไม่ให้เสียเปรียบกลุ่มทุนที่ใช้ช่องทางนอมินี รวมถึงปกป้องที่ดินของประเทศ ไม่ให้ถูกต่างชาติครอบครองผ่านบุคคลหรือนิติบุคคลที่ทำหน้าที่ถือแทน
พร้อมย้ำว่า การตรวจสอบจะไม่หยุดแค่บริษัทหรือบุคคลที่มีชื่อปรากฏในปัจจุบัน แต่จะขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานบัญชี บริษัทกฎหมาย หรือผู้ที่มีส่วนช่วยจัดตั้งและจดทะเบียนบริษัท หากพบว่ารู้เห็นหรือมีส่วนร่วมในการกระทำผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกัน หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ชาวต่างชาติกระทำผิดกฎหมาย ก็จะถูกตรวจสอบและดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น
หลังจากนี้ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทยจะจัดตั้งทีมทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงปฏิบัติการเฉพาะกิจ โดยเชื่อมข้อมูล “บริษัท-บุคคล-ที่ดิน” ของทั้ง 3 กรม เพื่อนำมาตรวจสอบไขว้และขยายผลถึงกัน ปิดช่องการใช้นอมินีทั้งในการประกอบธุรกิจและการถือครองที่ดินของประเทศไทยให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

