วิกฤตน้ำดำระยอง! สัตว์น้ำตายนับไม่ถ้วน ‘สุชาติ’ สั่งลุยสอบต้นตอปนเปื้อนอ่างดอกกราย

สถานการณ์น้ำเสียปริศนาในพื้นที่จังหวัดระยองเริ่มสร้างความวิตกอย่างหนัก หลังพบลำคลองหลายจุดมีน้ำเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง และมีสัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมาก ก่อนน้ำดังกล่าวจะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำดอกกราย แหล่งน้ำสำคัญของจังหวัด ส่งผลให้ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เกิดความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้น้ำในระยะยาว

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์อย่างเร่งด่วน พร้อมบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของน้ำเสียและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

เบื้องต้นมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า น้ำปนเปื้อนจากพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอาจไหลปะปนกับน้ำฝนในช่วงฝนตกหนัก ก่อนถูกชะลงสู่ลำคลองสาธารณะและไหลต่อเนื่องไปยังอ่างเก็บน้ำดอกกราย

ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ คพ. ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำผิวดินและตะกอนดินเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา รวม 5 จุด ตั้งแต่เหนือจุดเกิดเหตุไปจนถึงอ่างเก็บน้ำดอกกราย ระยะทางประมาณ 8.5 กิโลเมตร เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อนในห้องปฏิบัติการ โดยคาดว่าจะทราบผลอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์หน้า

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บริเวณจุดเกิดเหตุมีค่าการนำไฟฟ้าสูง น้ำมีลักษณะสีขาวขุ่นและมีตะกอนจำนวนมาก แต่เมื่อไหลลงตามลำคลอง คุณภาพน้ำมีแนวโน้มดีขึ้น น้ำเริ่มใสขึ้นและค่าการนำไฟฟ้าลดลงตามระยะทาง

อย่างไรก็ตาม ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย เจ้าหน้าที่ตรวจพบค่าความเป็นด่าง หรือค่า pH อยู่ที่ 9.1 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานเล็กน้อย จึงจำเป็นต้องรอผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันว่ามีสารปนเปื้อนหรือโลหะหนักตกค้างหรือไม่ ก่อนจะสรุปสถานการณ์อย่างเป็นทางการ

ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดระยองได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการในพื้นที่เพื่อเร่งหาทางแก้ไขปัญหา โดยบริษัทผู้รับบำบัดน้ำเสียของนิคมอุตสาหกรรมชี้แจงว่า เหตุเกิดจากการนำน้ำทิ้งไปใช้ในพื้นที่สีเขียวมากเกินไป ประกอบกับเกิดปัญหาบ่อเก็บน้ำรั่วและดินทรุดตัว ทำให้น้ำไหลออกนอกพื้นที่

ขณะนี้บริษัทได้สั่งหยุดการรดน้ำในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมเร่งซ่อมแซมจุดรั่ว ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และเพิ่มมาตรการป้องกันการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่ลำรางสาธารณะ โดยมีแผนติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบออนไลน์ในโรงงานกลุ่มเสี่ยงภายในนิคมอุตสาหกรรม

ส่วนพื้นที่ภายนอกนิคมฯ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งสร้างทำนบกั้นน้ำ ดูดน้ำเสียออกจากพื้นที่ และขุดลอกตะกอนในลำคลอง พร้อมติดตามคุณภาพน้ำและดินอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ย้ำว่า หากผลตรวจยืนยันว่ามีการปล่อยน้ำเสียออกนอกพื้นที่จริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามหลัก “Zero Discharge” หรือการไม่ระบายน้ำทิ้งออกนอกพื้นที่ รวมทั้งต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษจะลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 พร้อมประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูคุณภาพแหล่งน้ำ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด ท่ามกลางความหวังของชาวระยองที่เฝ้ารอคำตอบว่า ต้นตอของ “น้ำดำปริศนา” ครั้งนี้จะนำไปสู่การเอาผิดผู้ก่อมลพิษได้หรือไม่