
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งสำคัญ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ภายใต้โครงการ “ร่วมพลัง รักศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win : ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว สู่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่”
ในการลงนาม MOU ครั้งนี้ เป็นการรวมพลังของ 16 หน่วยงานหลักของประเทศ เพื่อบูรณาการการดำเนินงาน ประกอบด้วย สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรร กระทรวงมหาดไทยกระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ทั้งนี้ ความร่วมมือในระยะเวลา 1 ปีนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกัน บำบัดรักษา ฟื้นฟูสมรรถภาพ และติดตามช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ซึ่งจะนำไปสู่การ ลดจำนวนผู้เสพและผู้ป่วยยาเสพติด เพิ่มคุณภาพระบบการบำบัดรักษา และสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัย ปลอดยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน
นพ.จเด็จ กล่าวว่า ในส่วนบทบาทสำคัญของ สปสช. ในฐานะหนึ่งในหน่วยงานหลักภายใต้ความร่วมมือนี้ ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญ คือ การบริหารจัดการงบประมาณในกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด รวมถึงการดำเนินการหลัก ดังนี้ การพัฒนาระบบบริการสุขภาพด้านยาเสพติดให้ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่โรงพยาบาลรัฐ คลินิก ไปจนถึงการบำบัดในระดับชุมชน การพัฒนาแนวทางการฟื้นฟูสมรรถภาพ ทางกาย จิตใจ และสังคมของผู้ผ่านการบำบัด และการร่วมจัดทำฐานข้อมูลผู้เข้ารับการบำบัดรักษาและติดตามผลการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ
โดยเฉพาะบริการบำบัดฟื้นฟูในชุมชน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากองค์กรภาคประชาชนและองค์กรเอกชน โดย สปสช. สนับสนุนผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) เพื่อเสริมศักยภาพการดูแลผู้ติดยาเสพติดให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น ซึ่งจะขับเคลื่อนภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งนี้ หากองค์กรภาคประชาชนหรือองค์กรเอกชนมีการจัดบริการตามมาตรฐาน ก็สามารถขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ เพื่อให้สามารถจัดบริการฟื้นฟูรูปแบบต่าง ๆ เช่น การดูแลฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (CBTx), บริการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติดในชุมชน (Harm Reduction), บริการฟื้นฟูตามรูปแบบ TC Model หรือรูปแบบอื่นที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ให้ความเห็นชอบ
“การสนับสนุนงบประมาณและการพัฒนาสิทธิประโยชน์ของ สปสช. เหล่านี้ ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ผู้ติดยาเสพติดเข้าถึงการบำบัดรักษาที่มีคุณภาพ และสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ สปสช. กล่าว
