
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลง ณ บริเวณลานวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ในการทรงบำเพ็ญพระกุศล และทรงตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 108 รูป เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ตลอดจนถวายพระกุศลแด่พระบูรพาจารย์ เนื่องในมงคลสมัยครบรอบ 9 ปี แห่งพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช
บรรยากาศพิธีเต็มไปด้วยความสงบ สำรวม และเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนและคณะผู้บริหารระดับสูงจากหลายภาคส่วนที่เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี และผู้ตรวจราชการจากหน่วยงานสำคัญในสังกัดกระทรวงมหาดไทยเข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า
จากนั้น เวลา 08.09 น. นายกรัฐมนตรีนำคณะผู้บริหารและผู้เข้าร่วมพิธี เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช เนื่องในมงคลสมัยดังกล่าว ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเคารพและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามเดิมว่า “อัมพร ประสัตถพงศ์” ประสูติเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2470 ณ จังหวัดราชบุรี ทรงบรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่วัยเยาว์ และอุปสมบท ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ก่อนทรงศึกษาพระปริยัติธรรมจนสำเร็จเปรียญธรรม 6 ประโยค รวมถึงทรงศึกษาระดับอุดมศึกษา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ลำดับที่ 6 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และทรงเป็นศูนย์รวมศรัทธา เป็นหลักทางจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศตราบจนปัจจุบัน



