
ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และภาคีเครือข่าย เปิดตัวโครงการรณรงค์ฤดูกาลสุขปลอดเหล้าและงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “90 วัน Challenge เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า” เชิญชวนคนไทยใช้ช่วงเวลา 90 วันของเทศกาลเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้นในการลด ละ หรือเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพ ลดความสูญเสีย และสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า แม้ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) จะสะท้อนว่าปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 6 ลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อคนต่อปีในช่วงปี 2566-2567 จากระดับสูงกว่า 8 ลิตรในช่วงก่อนปี 2550 และทรงตัวต่ำกว่า 7 ลิตรต่อเนื่องกว่า 15 ปี แสดงให้เห็นว่าการปกป้องเยาวชนเริ่มเห็นผล แต่ภาพรวมของประเทศยังคงน่าเป็นห่วง

ปัจจุบันยังมีประชาชนเกือบ 3 ใน 10 คน ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่ดื่มหนัก ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรค อุบัติเหตุ และความสูญเสีย ขณะที่ในแต่ละปีมีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนและโรคที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์เฉลี่ยเกือบ 50,000 คน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20,000 คนต่อปี อีกทั้งประชาชนเกือบ 8 ใน 10 คน เคยได้รับผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น สะท้อนว่าปัญหาแอลกอฮอล์ยังเป็นวิกฤตทางสังคมที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง
ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ผลประเมินโครงการ “งดเหล้าเข้าพรรษา 2568” พบว่ามีประชาชนที่สามารถลด ละ หรือเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึง 8.6 ล้านคน คิดเป็น 32.3% ของผู้ดื่มทั้งหมดประมาณ 26.7 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่สามารถงดดื่มได้ตลอดช่วงเข้าพรรษากว่า 4.5 ล้านคน หรือ 16.9%
นอกจากนี้ ผู้ที่สามารถลดหรือเลิกดื่มได้เกือบ 90% ระบุว่ามีสุขภาพกายแข็งแรงขึ้น สุขภาพจิตดีขึ้น คุณภาพชีวิตและความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น รวมถึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายรวมกันได้มากกว่า 15,000 ล้านบาท จึงเป็นแรงผลักดันให้ สสส. เดินหน้ารณรงค์ต่อเนื่องในปีนี้ ผ่านแนวคิด “90 วัน Challenge เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า” เพื่อชวนคนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดี

ด้าน นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า ปี 2569 ถือเป็นปีที่ 24 ของการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา โดยไฮไลต์สำคัญคือแนวคิด “เก็บแต้มชีวิต” ที่เปลี่ยนการงดเหล้าให้กลายเป็นแรงจูงใจเชิงบวก ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้ทั้ง แต้มสุขภาพ จากการฟื้นฟูร่างกาย แต้มการเงิน จากการลดค่าใช้จ่าย และ แต้มความสุข จากการมีเวลาให้ครอบครัวและคนรอบข้างมากขึ้น
พร้อมกันนี้ สสส. ยังเปิดตัวแคมเปญ “หลบเหล้า” ซึ่งออกแบบจากสถานการณ์จริงของผู้ที่ดื่มเป็นประจำ โดยเฉพาะกลุ่มดื่มหนักที่มีความเสี่ยงต่อโรค การบาดเจ็บ และการเสียชีวิตสูง เพื่อช่วยให้ผู้ดื่มสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ชวนดื่มและเอาชนะใจตนเองได้

ผลสำรวจยังพบว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่สามารถงดเหล้าได้ตลอดช่วงเข้าพรรษา คือ ไม่กล้าปฏิเสธเมื่อถูกชวนดื่ม สูงถึง 42.5% รองลงมาคือ การต้องไปร่วมงานเลี้ยง 26.5% รวมถึงปัจจัยอื่น เช่น ดื่มเป็นประจำจนติด ชอบสังสรรค์ หรือคิดว่าตนเองดื่มไม่มาก จึงไม่จำเป็นต้องเลิก
นายวิเชษฐ์ กล่าวว่า การงดเหล้าไม่ใช่เรื่องของการบังคับ แต่คือการตัดสินใจ “ไม่ดื่มในวันนี้” เพื่อเอาชนะใจตัวเอง และเปลี่ยนเป็นความสุขที่เกิดขึ้นทั้งกับตัวผู้ดื่ม ครอบครัว และสังคม พร้อมส่งกำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการลด ละ หรือเลิกดื่มตลอดช่วงเข้าพรรษา

ขณะที่ นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า การรณรงค์ปีนี้มุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้ดื่มประจำ โดยใช้เครือข่าย ชมรมคนหัวใจเพชร กว่า 418 แห่งทั่วประเทศ พร้อมนำแบบประเมิน AUDIT Score ซึ่งเป็นเครื่องมือมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) มาใช้คัดกรองระดับความเสี่ยงของผู้ดื่ม ทำให้สามารถวางแนวทางดูแลได้อย่างเหมาะสม ตั้งแต่การให้ความรู้ การติดตามรายบุคคล ระบบเพื่อนช่วยเพื่อน ไปจนถึงการส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรักษาและฟื้นฟูผู้ติดสุรา โดยอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว ชุมชน และหน่วยบริการสุขภาพ
ปีนี้ยังมีการนำเสนอ 5 ต้นแบบชุมชน ที่ประสบความสำเร็จในการช่วยผู้ดื่มหนักลดและเลิกเหล้า ได้แก่ บ้านใหม่โพธิ์งาม จ.เชียงราย บ้านหนองแสงพัฒนา จ.บึงกาฬ ชุมชนขุนทะเล จ.สุราษฎร์ธานี บ้านหอย จ.ปราจีนบุรี และสายด่วนเลิกเหล้า 1413
นอกจากนี้ สสส. ยังพัฒนาช่องทางดิจิทัลเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนร่วมกิจกรรม ผ่านแอปพลิเคชัน Persona Health ที่ช่วยประเมินสุขภาพ ติดตามความก้าวหน้า และให้คำแนะนำในการลด ละ เลิกดื่มตลอด 90 วัน รวมถึงแพลตฟอร์ม No-L Land “90 วัน พลัส” บน LINE ที่เปิดให้ผู้ใช้งานตั้งเป้าหมายด้านสุขภาพ สะสมแต้มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อนำไปแลกรางวัล พร้อมหวังให้ช่วงเข้าพรรษาปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และสร้างสังคมไทยที่มีสุขภาวะดีขึ้นในระยะยาว




