เปิดประวัติ ‘พระอาจารย์โชคดี’ จากพระราชาคณะสู่ ‘พระครูวัชราทร’ เกจิดังผู้สืบสายวิชามอญ-นะหน้าขุนแผน

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดพระราชทานสมณศักดิ์ให้ พระราชวัชราทร วัดไก่เตี้ย กรุงเทพมหานคร เป็น “พระครูวัชราทร” โดยระบุว่า “เพื่อความเหมาะสมต่อการปฏิบัติศาสนกิจ” ส่งผลให้ชื่อของพระเกจิชื่อดังแห่งวัดไก่เตี้ยกลับมาเป็นที่สนใจของพุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศอีกครั้ง

พระครูวัชราทร หรือที่ลูกศิษย์รู้จักกันดีในนาม “พระอาจารย์โชคดี” มีชื่อเดิมว่า สมภูมิ ร่มโพธิ์ทอง ฉายา สมจิตโต ปัจจุบันสิริอายุ 56 ปี พรรษา 36 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไก่เตี้ย แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และเลขานุการรองแม่กองบาลีสนามหลวงประจำหนใต้

พระครูวัชราทร เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2513 ที่บ้านสาลี ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรชายคนโตในจำนวนพี่น้อง 4 คน ตั้งแต่วัยเยาว์มีความสนใจด้านพระพุทธศาสนาและวิทยาคม โดยเริ่มเรียนอ่านเขียนอักขระไทย ขอม และสวดมนต์จากคุณตา ซึ่งเป็นฆราวาสผู้เชี่ยวชาญด้านไสยเวทโบราณ จนได้รับการถ่ายทอดวิชาหลายแขนงตั้งแต่วัยเด็ก

เมื่ออายุครบ 20 ปี ในปี พ.ศ.2533 ได้อุปสมบทที่วัดสาลี บ้านเกิด ได้รับฉายา “สมจิตโต” หมายถึงผู้มีจิตอันเสมอ จากนั้นมุ่งศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างจริงจัง จนสอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม 3 ประโยค

ด้วยความสนใจด้านวิปัสสนากรรมฐานและวิทยาคม พระครูวัชราทรได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของพระเกจิชื่อดังหลายรูป เริ่มจากหลวงพ่อสิงห์โต ปสันนจิตโต เจ้าอาวาสวัดสาลี ศิษย์สายหลวงพ่อช่องและหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนเดินทางศึกษาวิชา “นะหน้าขุนแผน” และการลงแป้งวิเศษจากพ่อครูชาวมอญ จังหวัดกาญจนบุรี โดยให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะไม่เรียกรับเงินค่าครูจากผู้มาขอความเมตตา พร้อมอุทิศวิชาเพื่อช่วยเหลือผู้คน

นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาวิทยาคมจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังอีกหลายรูป อาทิ หลวงพ่อแพ เขมังกโร หลวงปู่บุดดา ถาวโร หลวงพ่อฮวด ปัญญาวุฑโฒ หลวงปู่ทิม อัตตสันโต วัดพระขาว หลวงพ่อเชิญ ปุญญสิริ วัดโคกทอง หลวงพ่อลำใย ปิยวัณโณ วัดทุ่งลาดหญ้า และหลวงพ่ออุตตมะ อุตตมรัมโภ วัดวังก์วิเวการาม จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งออกธุดงค์ศึกษาปฏิบัติธรรมตามสำนักต่าง ๆ ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน เรียนรู้วิชาว่านและสมุนไพรจากพรานป่า ก่อนเดินทางต่อถึงจังหวัดบุรีรัมย์และเมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

ปี พ.ศ.2541 พระครูวัชราทรย้ายมาจำพรรษาที่วัดพิชยญาติการาม และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส โดยระหว่างนั้นได้นำความรู้ด้านวิปัสสนาและวิทยาคมที่ศึกษามาช่วยสงเคราะห์ญาติโยม จนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะผู้สืบทอดวิชา “นะหน้าขุนแผน” สายรามัญ หรือสายมอญ มีผู้ศรัทธาทั้งพ่อค้า นักธุรกิจ ข้าราชการ และประชาชนจากทั้งในและต่างประเทศ เดินทางเข้ารับการลงนะและขอพรอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาในปี พ.ศ.2564 ได้ลาออกจากตำแหน่งเดิม เพื่อมาปฏิบัติศาสนกิจที่วัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส และพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชน

ปัจจุบัน พระครูวัชราทรยังคงได้รับกิจนิมนต์อย่างต่อเนื่อง ทั้งพิธีสวดนพเคราะห์ เสริมดวง ต่อชะตา พิธีอธิษฐานจิต ปลุกเสกวัตถุมงคล เจิมอาคารสำนักงาน ขึ้นบ้านใหม่ ตลอดจนเจิมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยมีกำหนดนิมนต์ล่วงหน้าเป็นเวลาหลายเดือน สะท้อนถึงความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อพระเกจิชื่อดังแห่งวัดไก่เตี้ยอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการพระราชทานสมณศักดิ์ใหม่ตามประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้วก็ตาม