
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 และผู้บังคับบัญชาระดับสูง ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายเอกชัย (นามสมมติ) ครูสอนคณิตศาสตร์ดีกรีดอกเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ในข้อหากระทำชำเราและกระทำอนาจารเด็ก
ก่อนการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาซึ่งสวมหมวก แว่นตา และหน้ากากอนามัยปกปิดใบหน้า เข้าสอบปากคำที่ สภ.เมืองนครปฐม โดยมีทนายความเข้าร่วมรับฟังการแจ้งข้อกล่าวหา ขณะที่ผู้ต้องหามีท่าทีสงบนิ่งและให้การกับพนักงานสอบสวน

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า คดีนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้ปกครองของเด็กชายอายุไม่ถึง 15 ปี เข้าแจ้งความว่าบุตรชายถูกครูสอนพิเศษล่วงละเมิดทางเพศ หลังสังเกตเห็นลูกมีอาการซึมเศร้าและบ่นเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ เมื่อนำตัวไปพบแพทย์พบว่ามีอาการอักเสบ
ต่อมาเด็กจึงยอมเปิดเผยความจริงว่า ถูกครูที่มาสอนพิเศษที่บ้านล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมมีการบันทึกคลิปเอาไว้ และถูกข่มขู่ว่าหากนำเรื่องไปบอกผู้ปกครองหรือบุคคลอื่น จะนำคลิปไปเผยแพร่และไม่ยอมเสียชื่อเสียงเพียงคนเดียว
ด้วยความหวาดกลัว เด็กจึงต้องยอมตกเป็นเหยื่อซ้ำแล้วซ้ำอีก รวมกว่า 22 ครั้ง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 นานกว่า 7 เดือน

หลังรับแจ้งความ พนักงานสอบสวนได้ประสานทีมสหวิชาชีพเข้าสอบปากคำผู้เสียหายและผู้ปกครอง ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ และประสานชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต (TICAC) เข้าจับกุมผู้ต้องหาที่บ้านพักในพื้นที่จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนหนึ่ง ก่อนพบคลิปวิดีโอการล่วงละเมิดเด็กชายมากกว่า 500 คลิป ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคดีที่พบหลักฐานจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยมีการจับกุม
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมล่วงละเมิดเด็กชายมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนปี 2560 จนถึงปัจจุบัน และสามารถระบุตัวผู้เสียหายได้แล้วมากกว่า 20 ราย โดยอาศัยความเป็นครู ใช้คำพูดหว่านล้อม ชักจูง และสร้างความไว้วางใจ ก่อนก่อเหตุและบันทึกคลิปไว้เพื่อใช้ข่มขู่เหยื่อ
ตำรวจยังพบว่า เด็กบางรายมีอาการซึมเศร้ารุนแรง และถึงขั้นมีความคิดทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายจากบาดแผลทางจิตใจที่เกิดขึ้น

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดของคดีนี้คือการคุ้มครองผู้เสียหายและป้องกันไม่ให้ข้อมูลของเด็กหลุดรั่วออกไป พร้อมระบุว่าจากสถิติผู้ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็กส่วนใหญ่มักเป็นบุคคลใกล้ชิดหรือผู้ที่เด็กให้ความไว้วางใจ
รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การครอบครองสื่อลามกเด็กมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และหากมีการนำไปเผยแพร่หรือจำหน่ายจะมีโทษสูงขึ้น รวมถึงต้องพิจารณาด้วยว่าเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์หรือไม่
นอกจากนี้ยังย้ำว่า ผู้ปกครองควรเปิดใจรับฟังปัญหาของบุตรหลานมากขึ้น เพราะเด็กจำนวนมากไม่กล้าพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจากความหวาดกลัวและความอับอาย
เบื้องต้นมีผู้เสียหายบางส่วนเริ่มประสานเข้าแจ้งความเพิ่มเติมแล้ว และตำรวจเชื่อว่าหลังการนำเสนอข่าวอาจมีเหยื่อรายอื่นทยอยออกมาเปิดเผยเรื่องราวและเข้าแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก
คดีนี้นับเป็นอีกหนึ่งคดีที่สร้างความสะเทือนใจให้กับวงการการศึกษาจังหวัดนครปฐม เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นครูที่มีชื่อเสียงและได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองมาเป็นเวลานาน ขณะที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด พร้อมให้ความสำคัญกับการเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กและครอบครัวผู้เสียหายเป็นอันดับแรก
