กทม.ปฏิวัติเมืองสุขภาพเชื่อมข้อมูล รพ.กว่า 8,800 แห่ง เปิดเกม 8 นาทีทองกู้ชีพคนกรุง

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 (ปธพ.12) และหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ รุ่นที่ 3 (ปนพ.3) พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การพัฒนาสุขภาพดีและนวัตกรรมเมืองด้านสุขภาพ” โดยมี นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร ร่วมกล่าวต้อนรับ

รศ.ทวิดา กล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครกำลังขับเคลื่อนการทำงานแบบ “4 เกลียว” หรือการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน พร้อมผสานเทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง โดยได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลเอกชนและร้านขายยาเป็นพันธมิตรสำคัญในการดูแลประชาชน

หนึ่งในโครงการสำคัญคือ การส่งยาจากโรงพยาบาลไปยังร้านยาใกล้บ้าน รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยเข้ารับบริการที่ร้านยาที่จดทะเบียนกับสภาเภสัชกรรม เพื่อลดภาระการเดินทางและลดความแออัดในโรงพยาบาล

เชื่อมข้อมูลสถานพยาบาลกว่า 8,800 แห่ง

รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า กรุงเทพมหานครได้พัฒนาระบบ Health Link เชื่อมโยงข้อมูลสถานพยาบาลมากกว่า 8,800 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นร้านยา คลินิกชุมชนอบอุ่น แพทย์แผนไทย หรือห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ทำให้โรงพยาบาลในสังกัด กทม. สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลการรักษากันได้ทันที

“หากระบบนี้สามารถเชื่อมโยงได้ทั่วประเทศ จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล เพราะไม่ว่าประชาชนจะเดินทางไปที่ใด ข้อมูลการรักษาจะสามารถเข้าถึงได้ทันที ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการดูแลผู้ป่วย” รศ.ทวิดา กล่าว

สร้าง Command Center คุมเมืองด้วยกล้อง 60,000 ตัว

ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครกำลังเร่งพัฒนา Command Center ศูนย์บัญชาการบริหารเมืองแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งใกล้แล้วเสร็จ โดยจะเชื่อมโยงกล้อง CCTV มากกว่า 60,000 ตัว รวมถึงกล้องจราจรและกล้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสร้างภาพจำลองเมืองเสมือนจริงสำหรับใช้บริหารจัดการเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังนำระบบ Adaptive Traffic Control ที่ใช้ AI ปรับสัญญาณไฟจราจรให้เหมาะสมกับปริมาณรถแบบเรียลไทม์ โดยตั้งเป้าครอบคลุม 120 แยกสำคัญภายในสองเดือนข้างหน้า เพื่อลดปัญหารถติดซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน

“Motorlance” ฝ่ารถติด กู้ชีพใน 8 นาทีทอง

ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน กทม.ได้พัฒนาแนวคิดใหม่ในการเข้าถึงผู้ป่วย โดยใช้รถจักรยานยนต์กู้ชีพหรือ Motorlance เพื่อฝ่าการจราจรหนาแน่นในเมือง โดยสามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ในเวลาเฉลี่ย 7.41 นาที

รองผู้ว่าฯ ทวิดา ตั้งคำถามว่า “ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้ป่วยต้องการรถพยาบาล หรือจริง ๆ แล้วต้องการบุคลากรทางการแพทย์ที่ไปถึงตัวให้เร็วที่สุด”

พร้อมกันนี้ กทม.ยังแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร โดยนำเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่มีทักษะกู้ภัยมาฝึกอบรมเป็นพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ เพื่อเพิ่มกำลังในการช่วยชีวิตประชาชน

ชี้ “นวัตกรรมแท้จริง” ต้องเปลี่ยนวิธีคิด

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวทิ้งท้ายว่า นวัตกรรมของเมืองไม่ใช่เพียงการสร้างแอปพลิเคชันใหม่ ๆ เท่านั้น แต่คือ “นวัตกรรมเชิงกระบวนการ” ที่เปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของหน่วยงานรัฐ เพื่อให้การดูแลชีวิตประชาชนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับ หลักสูตร ปธพ.12 และ ปนพ.3 จัดขึ้นโดยสถาบันมหิตลาธิเบศร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า และมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้บริหารด้านสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชน โดยหลักสูตร ปธพ.12 มีผู้เข้าร่วมอบรม 137 คน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงสิงหาคม 2569 ส่วนหลักสูตร ปนพ.3 มีผู้เข้าร่วม 100 คน ระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน 2569 เพื่อเตรียมผู้นำรุ่นใหม่รับมือความท้าทายด้านสาธารณสุขในอนาคต