กทม.ระดมเครื่องสูบน้ำ-ท่อซิ่งสู้ศึกน้ำท่วม ‘เคหะร่มเกล้า’ เร่งระบายก่อนฝนถล่มซ้ำ 5-7 ต.ค.นี้

สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ยังต้องเร่งคลี่คลาย ท่ามกลางปัญหากลิ่นน้ำเน่าเสียและความกังวลว่าฝนระลอกใหม่จะซ้ำเติมพื้นที่ กรุงเทพมหานครจึงระดมเครื่องสูบน้ำ เสริมท่อซิ่งและเครื่องผลักดันน้ำ พร้อมสร้างแนวป้องกันน้ำไหลย้อน หวังเร่งลดระดับน้ำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

นายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การระบายน้ำอย่างใกล้ชิด ณ บริเวณเคหะร่มเกล้า พร้อมเปิดเผยถึงมาตรการเร่งด่วนในการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนว่า จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ต.ค. 69) ทาง กทม. ได้เดินเครื่องสูบน้ำรอบพื้นที่รวม 16 เครื่อง พร้อมเสริมท่อซิ่งขนาดใหญ่ 4 เครื่อง และเตรียมนำเข้ามาสมทบอีก 4 เครื่อง รวมเป็น 8 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและกองทัพไทย

นอกจากการเร่งสูบน้ำออกแล้ว กทม. ยังได้เพิ่มเครื่องผลักดันน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ บริเวณใต้สะพานซอยอ่อนนุช 65 อีก 3 เครื่อง และคลองสองต้นนุ่นอีก 2 เครื่อง เพื่อเร่งผลักดันน้ำให้ไหลเข้าสู่บึงหนองบอน พร้อมกันนี้ยังได้นำรถแบ็กโฮเข้าเสริมคันดินป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าสู่พื้นที่ชุมชน ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยลดระดับน้ำในเคหะร่มเกล้าให้ดีขึ้นได้ภายในวันพรุ่งนี้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องน้ำเน่าเสียและกลิ่นเหม็นคละคลุ้งในซอยตันที่มีน้ำขังก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องเร่งด่วนที่ กทม. ไม่นิ่งนอนใจ โดยร่วมมือกับกองทัพบกนำน้ำหมักจุลินทรีย์ (EM) ลงพื้นที่ฉีดพ่นเพื่อบรรเทากลิ่น พร้อมเร่งระบายน้ำให้อยู่ในระดับประมาณ 40–50 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับสถานการณ์ในระยะยาวที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในระหว่างวันที่ 5–7 ต.ค. นี้ ล่าสุด กทม. ได้ประชุมหารือร่วมกับกองทัพไทยเพื่อเตรียมแผนรับมืออย่างรัดกุม โดยมีการแบ่งโซนบริหารจัดการพื้นที่อย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์ประชุมและวางแผนร่วมกันที่โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง ทั้งนี้ ปลัด กทม. ระบุว่า หากไม่มีปริมาณฝนตกลงมาซ้ำเติมหนักจนเกินไป คาดว่าจะสามารถระบายน้ำทั้งหมดและลดระดับลงจนกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติได้ภายในระยะเวลาประมาณ 2 วัน