ครม.ไฟเขียวใหญ่! ปฏิวัติสิทธิแรงงาน อุ้มคนเรือ-งานที่บ้าน ปลดล็อกคู่สมรสทุกเพศ

ครม.ไฟเขียวแพ็กเกจกฎหมายแรงงานครั้งใหญ่ ปิดช่องโหว่คุ้มครอง “คนประจำเรือ-คนรับงานที่บ้าน-คู่สมรสทุกเพศ” จ้างเด็กต่ำกว่า 15 ปี เจอโทษหนักคุก 2 ปี ปรับสูงสุด 8 แสน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎหมาย 2 ฉบับ และหลักเกณฑ์ด้านแรงงานรวม 4 ฉบับ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เดินหน้าปิดช่องว่างทางกฎหมายและยกระดับสิทธิแรงงานให้ครอบคลุมรูปแบบการจ้างงานยุคใหม่ ตั้งแต่คนประจำเรือ ผู้รับงานไปทำที่บ้าน ไปจนถึงคู่สมรสของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม

การปรับปรุงครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับระบบสวัสดิการและมาตรฐานแรงงานครั้งสำคัญ โดยมีสาระหลัก 3 ด้าน

ด้านแรก ยกระดับสวัสดิการ “คนประจำเรือ” ผ่านร่าง พ.ร.บ.แรงงานทางทะเล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. กำหนดให้นายจ้างนำคนประจำเรือเข้าสู่ระบบประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนโดยตรง ทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์ 7 กรณีตามระบบประกันสังคม พร้อมความคุ้มครองกรณีประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน

ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มเกราะคุ้มครองแรงงานเยาวชน ห้ามเจ้าของเรือให้คนประจำเรืออายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานระหว่างเวลา 22.00-06.00 น. เว้นแต่เป็นการฝึกอบรมหรือปฏิบัติหน้าที่ที่จำเป็นตามเงื่อนไขของกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

ด้านที่สอง ขยายความคุ้มครอง “ผู้รับงานไปทำที่บ้าน” ให้ทันโลกดิจิทัล ผ่านการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ให้ครอบคลุมการรับงานผ่านระบบออนไลน์ และขยายไปถึงงานอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เกษตรกรรม และบริการ

กฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำในการทำงานไว้ที่ 15 ปี พร้อมห้ามใช้แรงงานอายุต่ำกว่า 18 ปีและหญิงมีครรภ์ทำงานเสี่ยงอันตราย โดยกรณีจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีโทษหนักถึงจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000-800,000 บาท

นอกจากนี้ ยังวางหลักเกณฑ์เรื่องค่าตอบแทนที่เป็นธรรม และเพิ่มมาตรการเอาผิดผู้ว่าจ้างที่ “เบี้ยวเงิน” หรือคืนหลักประกันล่าช้า โดยต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี

ด้านที่สาม ปลดล็อกสิทธิ “คู่สมรสทุกเพศ” ของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ ผ่านร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ปรับสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม ส่งผลให้คู่สมรสตามกฎหมายไม่ว่าจะเป็นเพศใด ได้รับสิทธิค่ารักษาพยาบาล เงินทดแทน และค่าทำศพอย่างเท่าเทียม คาดว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์เฉพาะสิทธิค่ารักษาพยาบาลกว่า 12,000 คน

นายจุลพันธ์ ระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือการปิดช่องว่างทางกฎหมายและยกระดับสวัสดิการแรงงานทุกกลุ่ม ทั้งการรับรองสิทธิอย่างเท่าเทียมและการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน ผู้รับงานอิสระ หรือคู่สมรสทุกเพศ เพื่อให้ระบบแรงงานไทยสอดรับกับสังคมและรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป