จับคาสนามบิน! สาวอินเดียซุกสัตว์ป่ามีชีวิตลงกระเป๋า เตรียมบินออกนอกประเทศ

เมื่อค่ำวันที่ 18 เมษายน 2569 ปฏิบัติการสกัดจับขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติได้เกิดขึ้นอย่างระทึก ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวต้องสงสัยอย่างใกล้ชิด

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเข้มของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สั่งยกระดับการตรวจตราด่านสัตว์ป่าทั่วประเทศ เพื่อทลายเครือข่ายค้าสัตว์ป่าที่ใช้ไทยเป็นทางผ่าน

เจ้าหน้าที่นำโดย นายคมกฤษ พิณสาย หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมหน่วยงาน CIQ และสืบสวนปราบปรามศุลกากร เข้าสกัดหญิงสัญชาติอินเดีย อายุ 45 ปี ขณะเตรียมขึ้นเครื่องบินของการบินไทย เที่ยวบิน TG325 ปลายทางเมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย บริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (SAT-1)

จุดพลิกผันอยู่ที่ “กระเป๋าเดินทางสีน้ำเงิน” ซึ่งภายนอกดูเหมือนสัมภาระทั่วไป แต่เมื่อเปิดตรวจสอบกลับพบภาพชวนสะเทือนใจ—สัตว์ป่ามีชีวิตจำนวนมากถูกยัดใส่กล่องและตะกร้า ก่อนนำเสื้อผ้าทับเพื่ออำพรางสายตาเจ้าหน้าที่

ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย

  • เต่าอัลดาบรา 3 ตัว
  • เต่าเสือดาว 2 ตัว
  • เต่าซูลคาต้า 3 ตัว
  • เต่าสแนปปิ้ง 1 ตัว
  • แร็กคูน 4 ตัว
  • หนูเดกู 1 ตัว

สัตว์หลายตัวมีอาการอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด จากการถูกจำกัดพื้นที่และขาดอากาศถ่ายเทระหว่างการลักลอบขนส่ง

เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา เพื่อนำไปขยายผลเส้นทางการเงินและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเชื่อว่าอาจเชื่อมโยงกับขบวนการค้าสัตว์ป่าระดับนานาชาติ

เบื้องต้น ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาหนักหลายกระทง ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 รวมถึงกฎหมายด้านโรคระบาดสัตว์และการประมง ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้านสัตว์ป่าของกลางทั้งหมด ถูกส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทีมสัตวแพทย์เข้าดูแลอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางความพยายามฟื้นชีวิตเล็ก ๆ ที่เกือบต้องดับลงเพียงเพราะความโลภของมนุษย์

เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำว่า “ธุรกิจมืดค้าสัตว์ป่า” ยังคงเคลื่อนไหวอย่างแยบยล และการปราบปรามยังต้องเดินหน้าต่อไป—เพื่อหยุดยั้งวงจรโหดร้ายที่พรากชีวิตสัตว์จากธรรมชาติอย่างไม่สิ้นสุด