
นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน (a)Round Table เวทีสนทนาภายใต้แนวคิด “วงกลมสิทธิเด็ก” ที่จัดขึ้น ณ ห้องโถง สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) เขตปทุมวัน โดยย้ำว่า การพัฒนาเมืองจะสมบูรณ์ไม่ได้ หากเด็กและเยาวชนยังไม่มีพื้นที่ที่ปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ
นายศานนท์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร กำลังเผชิญปัญหาเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันปัจจัยด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และสภาพแวดล้อมของเมือง ทำให้พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กลดน้อยลงอย่างน่าเป็นห่วง การแก้ปัญหาจึงไม่อาจเป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม พร้อมกล่าวขอบคุณมูลนิธิสายเด็ก 1387 ที่เป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงความร่วมมือครั้งนี้ และหวังว่าจะต่อยอดเป็นพลังร่วมกันในระยะยาว

ภายในงาน รองผู้ว่าฯ กทม. ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่สะเทือนใจผ่าน “หนึ่งเรื่องจริง หนึ่งเรื่องแต่ง” ซึ่งแม้ต่างกัน แต่กลับสะท้อนความจริงเดียวกัน คือ เด็กจำนวนมากกำลังเติบโตโดยปราศจาก “พื้นที่ปลอดภัย”
เรื่องแรกคือชีวิตจริงของ “น้องก็อต” เด็กชายที่ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นคนไม่ดี แต่เริ่มจากการรู้สึกไม่มีความสุขและไม่ปลอดภัยในโรงเรียน จึงออกไปค้นหาที่พึ่งทางใจภายนอก จนวันหนึ่งหลงติดรถไปกับกลุ่มรุ่นพี่โดยไม่รู้ว่ามียาบ้าซุกซ่อนอยู่กว่า 4 ล้านเม็ด สุดท้ายถูกจับกุมและต้องเข้าสู่กระบวนการในสถานสงเคราะห์เป็นเวลานาน ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงเพราะเด็กคนหนึ่งกำลังมองหาสถานที่ที่ทำให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า

อีกเรื่องคือมินิซีรีส์เรื่อง Adolescence ที่เล่าถึงเด็กในครอบครัวซึ่งภายนอกดูอบอุ่น พ่อแม่เชื่อว่าห้องนอนคือพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของลูก แต่ในความเป็นจริง เด็กกลับใช้ชีวิตอีกด้านในโลกออนไลน์ที่ผู้ปกครองไม่เคยรับรู้ จนนำไปสู่พฤติกรรมรุนแรงและการก่อเหตุสะเทือนสังคม
นายศานนท์ ระบุว่า ทั้งสองเรื่องสะท้อนข้อเท็จจริงเดียวกัน คือ เมื่อเด็กไม่มีพื้นที่ปลอดภัยทั้งทางกายและทางใจ พวกเขาจะออกไปค้นหาที่พึ่งแห่งใหม่ ซึ่งบางครั้งกลับเป็นจุดเริ่มต้นของความเปราะบาง ยาเสพติด อาชญากรรม ความรุนแรง หรือปัญหาอื่นที่ยากจะแก้ไข

“เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน ในนามกรุงเทพมหานคร เรามองว่าโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครต้องเป็น ‘กระดุมเม็ดแรก’ ในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก พร้อมเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน แม้วันนี้จะยังทำได้ไม่ครบทุกมิติ แต่ กทม. ในฐานะเจ้าบ้าน พร้อมสนับสนุนทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้เด็กทุกคน” นายศานนท์ กล่าว
สำหรับงาน (a)Round Table : วงกลมสิทธิเด็ก จัดโดยมูลนิธิสายเด็ก 1387 (Childline Thailand Foundation) ร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อเปิดพื้นที่สาธารณะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “เมื่อการพัฒนาแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ทิ้งจริงแต่ยังไม่เท่ากัน” มุ่งหาทางออกให้กับเด็กนอกระบบการศึกษา เด็กแขวนลอย และเด็กเร่ร่อนที่อยู่ในภาวะเปราะบาง ผ่านการเสวนา 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การรับฟังเสียงสะท้อนจากเยาวชนและผู้ปฏิบัติงาน การถอดบทเรียนจากเจ้าหน้าที่แนวหน้า การเปิดบทบาทภาคเอกชนในการสร้างโอกาส และการประกาศพันธสัญญาจากผู้กำหนดนโยบาย เพื่อผลักดันเสียงของเด็กให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้จริง พร้อมปิดท้ายด้วยการส่งต่อความหวังจากตัวแทนเยาวชนสู่สังคมไทย



