ชายอ้างเป็นตำรวจยศ ร.ต.ท.หลอกคบ-ปล้นทรัพย์ยังลอยนวลแถมย้อนมาข่มขู่ซ้ำ

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ผู้เสียหายหญิงรายหนึ่ง (นามสมมติ “ดา”) เข้าร้องเรียนผ่านเพจ “สายไหมต้องรอด” หลังตกเป็นเหยื่อชายแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้กลลวงความรักเข้าหา ก่อนก่อเหตุลักทรัพย์และทำร้ายร่างกาย โดยคดีผ่านมานานกว่า 5 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า

ผู้เสียหาย เล่าว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นช่วงต้นปี 2567 หลังรู้จักกับชายคนหนึ่งผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นอดีตทหารองครักษ์ยศร้อยโท ก่อนโอนย้ายมาเป็นตำรวจยศ “ร.ต.ท.” ใช้ชื่อเรียกตัวเองว่า “หมวดป๊อบ” สังกัด สน.คันนายาว และทำหน้าที่ด้านปราบปรามยาเสพติด

ฝ่ายชายยังพยายามสร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการอ้างว่าเคยมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีวิสามัญฆาตกรรมชื่อดัง อีกทั้งมักสวมเครื่องแบบตำรวจทั้งเต็มยศและนอกเครื่องแบบพาเธอไปยังสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงเคยพาไปที่สถานีตำรวจ โดยให้นั่งรอในรถ อ้างว่าเข้าไปส่งของให้ผู้บังคับบัญชา ยิ่งทำให้เธอหลงเชื่อว่าเป็นตำรวจตัวจริง

หลังคบหากันได้ราว 4 เดือน พฤติกรรมเริ่มเปลี่ยนไป ฝ่ายชายขอยืมเงินรวมกว่า 30,000–40,000 บาท โดยอ้างว่าบัญชีถูกอายัด เนื่องจากมีเงินผิดกฎหมายของผู้บังคับบัญชาฝากไว้ นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังเปิดเผยเหตุการณ์สุดสะเทือนใจว่า เคยถูกนำอาวุธปืนจ่อศีรษะ และถูกทำร้ายร่างกายระหว่างมีปากเสียงกัน

ความจริงเริ่มปรากฏเมื่อเพื่อนของผู้เสียหายที่เป็นตำรวจตัวจริง สังเกตความผิดปกติของเครื่องแบบ เมื่อตรวจสอบฐานข้อมูลกลับไม่พบชื่อบุคคลดังกล่าวในระบบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ต่อมา ผู้เสียหายพบว่าทรัพย์สินมีค่าในตู้เซฟภายในห้องพัก ทั้งทองรูปพรรณและกำไลข้อเท้าของลูก ได้หายไปทั้งหมด โดยมีทองปลอม 3 เส้นวางทิ้งไว้แทน เธอเชื่อว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนลงมือ เนื่องจากอยู่ด้วยกันเพียงสองคน และคาดว่าอีกฝ่ายแอบจำรหัสตู้เซฟจากสมุดที่เธอจดไว้

วันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา เธอได้พาชายคนดังกล่าวซึ่งยังคงสวมเครื่องแบบตำรวจ ไปแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าหลักฐานไม่เพียงพอในการดำเนินคดีลักทรัพย์ และให้ไปหาหลักฐานเพิ่มเติมเอง แม้จะตรวจพบอาวุธปืนปลอมและปืนไทยประดิษฐ์ในห้องพักของชายคนดังกล่าว แต่กลับถูกปล่อยตัวภายในวันเดียว

ปัจจุบัน ผู้ก่อเหตุยังคงเคลื่อนไหวผ่าน TikTok โดยสวมเครื่องแบบตำรวจ สร้างภาพลักษณ์น่าเชื่อถือเช่นเดิม อีกทั้งยังย้อนกลับมาคุกคามผู้เสียหาย ทั้งการถ่ายภาพรถและที่พัก จนทำให้เธอใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงและไม่ปลอดภัย

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า คดีนี้ล่าช้ามานานกว่า 5 เดือนแล้ว โดยเตรียมประสานผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีลักทรัพย์ พร้อมเร่งรัดให้มีการนำทรัพย์สินคืนแก่ผู้เสียหาย

ขณะเดียวกัน ผู้กำกับการ สน.คันนายาว อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการแอบอ้างเป็นเจ้าพนักงาน รวมถึงตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดมีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละละเลยให้บุคคลภายนอกเข้าออกสถานีตำรวจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวงประชาชนหรือไม่

คดีนี้ยังคงเป็นอีกหนึ่งคำถามต่อกระบวนการยุติธรรม ว่าทำไมผู้ต้องสงสัยที่มีพฤติกรรมร้ายแรงและมีผู้เสียหายชัดเจน จึงยังสามารถลอยนวล และก่อเหตุซ้ำได้อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย