
กระทรวงดีอีผนึกเครือข่ายหยุดพนัน เดินหน้า 4 แนวทางสกัดพนันออนไลน์ เปิดประชาชน–เยาวชนร่วมแจ้งเบาะแส ประสานแพลตฟอร์มลดการเข้าถึง เผยปีงบฯ 2569 ปิดกั้นแล้วกว่า 9.4 แสน URL
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ร่วมหารือแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาพนันออนไลน์กับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน (มรพ.) เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว ณ ห้องประชุม อาคารกระทรวงดีอี และผ่านระบบออนไลน์ โดยมี นายธนากร คมกฤษ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาชนและเยาวชนเข้าร่วมเสนอความคิดเห็น มุ่งลดการเข้าถึงเว็บไซต์พนัน และป้องกันผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และประชาชน ซึ่งกระทรวงดีอีพร้อมนำข้อเสนอไปประกอบการกำหนดแนวทางดำเนินงานต่อไป


นายไชยชนกกล่าวว่า กระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาพนันออนไลน์ และยินดีทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและเครือข่ายต่อต้านการพนัน โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม แจ้งข้อมูล เบาะแส และประสบการณ์ที่พบเห็น เพื่อนำมารวบรวมเป็นข้อมูลสำหรับเฝ้าระวังและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
สำหรับแนวทางทำงานร่วมกันประกอบด้วย 4 ด้านสำคัญ ด้านแรก เปิดพื้นที่ให้ประชาชนและเยาวชนมีส่วนร่วม ผ่านกลไกหรือช่องทางแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับพนันออนไลน์ที่ประชาชนทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าถึงได้ เพื่อให้ภาครัฐนำเบาะแสไปใช้เฝ้าระวังและป้องกันปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

ด้านที่สอง จัดตั้งคณะทำงานรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล นำเบาะแสและประสบการณ์จากประชาชนมาประมวลผล พร้อมประสานแพลตฟอร์มดิจิทัล อาทิ TikTok และ Meta จัดทำข้อมูลสำหรับเฝ้าระวัง ก่อนส่งต่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
ด้านที่สาม ประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มค้นหา หรือ Search Engine เพื่อดำเนินมาตรการเชิงรุก ลดการเข้าถึงเว็บไซต์และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ผ่านช่องทางการค้นหา ซึ่งเป็นอีกจุดสำคัญในการสกัดการเข้าถึงการพนันบนโลกดิจิทัล

ด้านที่สี่ บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อสร้างความตระหนักรู้และทักษะรู้เท่าทันภัยพนันออนไลน์ โดยเน้นเด็ก เยาวชน และนักศึกษา ควบคู่กับการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้สื่อสังคมออนไลน์
นายไชยชนก กล่าวถึงการดำเนินงานที่ผ่านมาว่า กระทรวงดีอีมีมาตรการระงับการแพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมาย รวมถึงแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ โดยใช้ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควบคู่กับการทำงานเชิงรุกของกระทรวงที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยตรวจสอบและค้นหาเว็บไซต์พนัน รวมทั้งรับเบาะแสจากประชาชน

ในปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนกันยายน 2569 มีคำสั่งศาลเพื่อปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์รวม 835,207 รายการ แบ่งเป็นข้อมูลจากมาตรการเชิงรุกของกระทรวงดีอี 749,546 รายการ และข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 85,661 รายการ นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังประสานแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ปิดกั้นอีก 109,868 รายการ ทำให้ยอดรวมการปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์อยู่ที่ 945,075 รายการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ย้ำว่า การแก้ไขปัญหาพนันออนไลน์และ URL ที่ผิดกฎหมาย ไม่สามารถทำได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยประชาชนเป็นกำลังสำคัญในการแจ้งข้อมูลและเบาะแส ขณะที่ภาครัฐจะนำข้อมูลมาพัฒนาระบบเฝ้าระวัง และประสานแพลตฟอร์มกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
