ทร.แจงตั้งตู้คอนเทนเนอร์คุมชายแดนตราดบริเวณบ้านท่าเส้นย้ำย้ำ”ไม่เปลี่ยนสภาพพื้นที่”

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีการวางตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณบ้านท่าเส้น ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ว่า เป็นมาตรการด้านความมั่นคงที่กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดดำเนินการอย่างรอบคอบ ภายใต้กรอบของถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่ทั้งสองประเทศตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2569

การดำเนินการดังกล่าว มีที่มาจากเหตุการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ซึ่งมีกลุ่มบุคคลลักลอบตัดและรื้อแนวลวดหนาม ส่งผลให้เกิดการกระทบกระทั่งต่อเนื่องจนถึงวันที่ 17 มกราคม 2569 และตกเป็นกระแสข่าวในช่วงที่ผ่านมา กองทัพเรือจึงจำเป็นต้องออกมาตรการเชิงป้องกัน เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

โฆษกกองทัพเรือระบุว่า การวางตู้คอนเทนเนอร์เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว มีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ลดการเผชิญหน้าของกำลังทหารทั้งสองฝ่าย และลดความหวาดระแวงในพื้นที่ โดยยืนยันว่าได้คำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนเป็นสำคัญ

“การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้กระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ และเคารพสิทธิมนุษยชนของพลเรือนที่ประกอบอาชีพโดยสุจริต” พลเรือตรี ปารัช กล่าว

ทั้งนี้ การวางตู้คอนเทนเนอร์ไม่ได้ดำเนินการตลอดแนวชายแดน แต่เลือกวางเฉพาะจุดที่จำเป็น และเป็นพื้นที่ที่เคยเกิดปัญหาจากการกระทำของบุคคลที่เข้ามาทำลายทรัพย์สินของทางราชการ หรือก่อให้เกิดความไม่สงบ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดและเหมาะสม

โฆษกกองทัพเรือย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามแนววางกำลังเดิม มิได้เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่หรือสร้างสถานการณ์ใหม่ และยังช่วยป้องกันการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง รวมถึงลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้าระหว่างกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายในระหว่างการลาดตระเวน

กองทัพเรือยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน รอบคอบ เคารพข้อตกลงระหว่างประเทศ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างการวางตู้คอนเทนเนอร์ ได้มีกลุ่มชาวจีนเข้ามาสังเกตการณ์ในพื้นที่ และแสดงท่าทีไม่พอใจ โดยมีการดึงป้ายที่มีข้อความ “มูลนิธิ กัน จอมพลัง และ FC” ออกและทิ้ง สร้างความตึงเครียดและเป็นที่จับตาของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด